Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - luktan1479

Pages: [1] 2 3 ... 29
1
111-Lotto 111  ตัวแทนจำหน่าย ล็อตเตอรี่ออนไลน์ รายใหญ่ของ มังกรฟ้าล็อตเตอรี่ออนไลน์  ปรับเปลี่ยนรูปแบบการซื้อล็อตเตอรี่แบบใหม่  ยุค new normal




ไม่ต้องไปหน้าแผง ไม่ต้องเสียเวลาก้มหาเลข ไม่ต้องไปลุ้นว่าจะมีเลขที่อยากได้มั้ย แค่แอดไลน์ หาเรา บอกเลขที่ต้องการ เลขเด็ด เลขดัง แจ้งโอนเงิน จะได้รับ SMS ยืนยัน




ถ้าถูกรางวัลสามารถขึ้นเงินได้จริง ได้รับเงินจริงไม่เกิน 24 ชม โดยปกติใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงหลังผลสลากกินแบ่งรัฐบาลออกเท่านั้น 

ขั้นตอนการซื้อ ล็อตเตอรี่ออนไลน์ กับเรานั้น ง่ายๆ มาก มี 2 แบบให้เลือกแล้วแต่สะดวก

1. แอดไลน์ @111-lotto หรือคลิกทีนี่ เพื่อ คุยกับแอดมินโดยตรงและทำการสั่งซื้อและโอนเงินผ่านไลน์ มีเจ้าหน้าที่แนะนำทุกขั้นตอน 

111-lotto รีบแอดไลน์เพื่อเลือกเลขรางวัลก่อนใคร

Add Line : @111-lotto





2. สั่งซื้อผ่านระบบ 111-lotto ล็อตเตอรี่ของของมังกรฟ้าล็อตเตอรี่ออนไลน์ ด้วยตัวเอง จะทำที่ไหน เมื่อไหร่ เวลาไหนก็ได้ Add Line : @111-lotto


 


 

2
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(3 ธ.ค.64) ราคาหุ้นบริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ B ณ เวลา 16:05น. อยู่ที่ระดับ 0.89 บาท บวก 0.05 บาท หรือ 5.95% ราคาสูงสุด 0.91 บาท ราคาต่ำสุด 0.84 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 199.68 ล้านบาท

ด้านผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี 2564 พลิกมีกำไรอยู่ที่ระดับ 109.37 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุนอยู่ที่ 32.04 ล้านบาท ลุ้นปีนี้ผลงานพลิกกำไรในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2560 ขาดทุน


โดยก่อนหน้านี้(18ต.ค.64)ดร.ปัญญา บุญญาภิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ B เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ (Master Plan) ของปี 2565 ซึ่งคาดว่าจะเสนอบอร์ดภายในเดือนนี้ สำหรับแผนหลักของบริษัทจะให้ความสำคัญกับธุรกิจหลักคือการให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยเป้าหมายสำคัญก็คือการเติบโตที่ยั่งยืน รวมทั้งบริหารจัดการขนส่งและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไร ทั้งนี้จะมีการต่อยอดธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและโลจิสติกส์เข้ามาเสริมเพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจให้กับบริษัท

โดยธุรกิจหลักของ B คือการให้บริการขนส่งครบวงจร ก็ยังถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 80% ของรายได้รวม และที่เหลือจะเป็นรายได้จากการลงทุนอื่นๆเพื่อที่จะสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เข้ามาเสริม ถือเป็นการกระจายรายได้ให้กับบริษัท และช่วยลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ โดยเน้นการลงทุนในกลุ่มสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน



B บุ๊กพิเศษ-ค่าใช้จ่ายลด หนุนงบ 9 เดือนพลิกกำไร 109 ลบ.



B เตรียมคลอดแผนปี 65 เน้นลดต้นทุนโลจิสติกส์-รุกกลุ่มอีคอมเมิร์ซ


สำหรับภาพรวมธุรกิจให้บริการขนส่ง บริษัทมีจำนวนรถหัวลากอยู่ที่ 37 คัน นอกจากนี้จะมีการใช้บริการซับคอนแทรคที่เป็นพันธมิตรของบริษัทอีกประมาณ 100 คัน เพื่อรองรับความต้องการใช้รถหัวลากได้เพียงพอ ปัจจุบันบริษัทได้มีการขยายฐานลูกค้าไปในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพราะเป็นกลุ่มลุกค้าที่มีความต้องการใช้บริการขนส่งและโลจิสติกส์เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้บริษัทเตรียมที่จะขยายเพิ่มกลุ่มลูกค้าอีคอมเมิร์ซ นอกเหนือจากความร่วมมือกับทางลาซาด้า เอ็กซ์เพรส จำกัด ในการให้บริการขนส่งสินค้าในกรุงเทพ-ปริมณฑล เนื่องจากมองว่ากลุ่มอีคอมเมิร์ซเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูง และมีความต้องการใช้บริการขนส่งสูง

สำหรับภาพรวมการลงทุนในกลุ่มสาธารณูปโภค ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทนในเชิงพาณิชย์ (COD) ไปแล้ว 2 โครงการคือ โครงการโซลาร์ฟาร์ม SPP ภายใต้บริษัทย่อยสยาม โซลาร์ ที่อยู่ในชัยภูมิ กำลังการผลิต 27 เมกะวัตต์ โดยได้ COD ไปแล้วตั้งแต่ปี 2556 และโครงการโซลาร์ฟาร์ม ในประเทศเวียดนาม ที่บริษัทเข้าไปร่วมลงทุน กำลังการผลิต 29 เมกะวัตต์ ซึ่งได้ COD ไปแล้วเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา โดยที่ทั้ง 2 โครงการถือว่าเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้เสริมเข้ามาให้กับบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ก็ได้ลงทุนในธุรกิจผลิตน้ำดิบ โดยเข้าไปถือหุ้น 51% ในบริษัท เทพฤทธา จำกัด

ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย รัฐบาลทยอยปลดล็อกดาวน์ รวมทั้งเตรียมเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย นี้ จะส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์สดใสมากขึ้น รวมทั้งจะมีการรับรู้รายได้ในส่วนของธุรกิจผลิตน้ำดิบเพิ่มขึ้นจากฤดูฝนในปีนี้ได้เติมน้ำเข้าบ่ออีกเป็นจำนวนมาก ทำให้มีปริมาณน้ำดิบเพื่อส่งจำหน่ายมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้รายได้เติบโตตามเป้าหมายที่ 10-15%

“แผนยุทธศาสตร์ปี 2565 จะช่วยขับเคลื่อนให้ B มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะปัจจุบันสถานะของบริษัทมีความพร้อมในการขยายธุรกิจเต็มที่ ฐานะการเงินก็มีความแข็งแกร่ง สัดส่วนหน้าสินต่อทุนเหลือแค่ 0.18 เท่า ตอนนี้บริษัทแทบไม่มีเงินกู้ยืม ภาวะดอกเบี้ยก็น้อย ทำให้บริษัทมีความคล่องตัวในการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปีแรก มีกำไรสุทธิกว่า 98 ล้านบาท เติบโตกว่า 688% ได้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทและก็มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง บริษัทตั้งเป้าหมายภายใน 1-2 ปี บริษัทจะสามารถล้างขาดทุนสะสมที่อยู่ราว 84 ล้านบาท ได้ทั้งหมด” ดร. ปัญญากล่าว

3
"เรือใบสีฟ้า" ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องหลังบุกเชือด วัตฟอร์ด 3-1 จากผลงานของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา เหมาสองประตูพาทีมเฮ 7 เกมรวดรวมทุกรายการเก็บเพิ่มเป็น 35 คะแนนแซง หงส์แดง ครองจ่าฝูงสัปดาห์นี้ ในศึกฟุต.พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
สนาม : วิคาเรจ โร้ด 

    ศึกฟุต.พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ดึกประจำวันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 ที่สนาม วิคาเรจ โร้ด ระหว่าง วัตฟอร์ด ทีมอันดับ 17 ของตาราง พบ แมนฯ ซิตี้ ที่ก่อนเกมร่วงมาอันดับ 3 

    เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือวัตฟอร์ด พาทีมแพ้เชลซี 1-2 ในเกมล่าสุด เป็นการแพ้ 2 นัดติด ส่วนทาง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯ ซิตี้ พาทีมเบียดชนะแอสตัน วิลล่า 2-1 ในเกมล่าสุด เป็นการคว้าชัย 6 นัดติด 

    เปิดฉากครึ่งแรก 4 นาที "เรือใบสีฟ้า" ทะยานออกนำ 1-0 จากจังหวะทางซ้ายของ ฟิล โฟเด้น ขยับมาเก็บ.ตั้งป้อมหยอดเข้ากรอบ 6 หลาโค้งไปเสาไกลถึง ราฮีม สเตอร์ลิง โขกแบบไร้ตัวประกบกระดอนพื้นเด้งซุกก้นตาข่าย

    นาทีที่ 8 คราวนี้เป็น ไคล์ วอล์คเกอร์ ป้าย.ออกขวาให้ ราฮีม สเตอร์ลิง พาแหวกเข้าเขตโทษโยกตัดเข้าในได้ช่องปั่นด้วยซ้ายติดปลายมือ ดาเนี่ยล บัคมันน์ ผวาปัดทิ้งหวุดหวิด

ADVERTISEMENT


    10 นาทีผ่าน แมนฯ ซิตี้ โหมอยู่ข้างเดียวหวิดบวกสกอร์เพิ่มจากสองจังหวะติดกันของ แจ็ค กรีลิช โฉบมาโขกลูกเตะมุมก่อนได้ช่องหลุดไปทิ่มในกรอบ 6 หลาแต่ยังไม่ผ่านมือ ดาเนี่ยล บัคมันน์

    ต่อมานาทีที่ 17 วัตฟอร์ด ตอบโต้บ้างเป็นจังหวะสวนกลับทางขวา เอ็มมานูเอล เดนนิส กระชากหลุดขึ้นมาจากครึ่งสนามแตะเข้าเขตโทษโยกหนี ชูเอา กานเซโล่ ได้ช่องหักข้อยัดเสาแรกเสียดายเบาเข้ามือ เอแดร์ซอน 

    3 นาทีต่อมาคราวนี้เป็น แจ็ค กรีลิช โชว์ลีลาลากแหวกแนวรับ วัตฟอร์ด ทั้งแผงได้ช่องปั่นด้วยขวาแฉลบ เคร็ก แค็ธคาร์ท เปลี่ยนทางโชคดี ดาเนี่ยล บัคมันน์ ไม่หลงพลิกตัวตามมาตะปปไว้ได้ทัน

    นาทีที่ 31 "เรือใบสีฟ้า" หนีห่างเป็น 2-0 อิลคาย กุนโดกัน สอดเข้าเขตโทษซัดไปติดเซฟ ดาเนี่ยล บัคมันน์ เด้งมาเข้าทาง แบร์นาร์โด้ ซิลวา สอดมาเก็บแต่งได้ช่องหวดยัดมุมแคบซุกหน้าต่างเสาไกล

ADVERTISEMENT


    หมดครึ่งเวลาแรก วัตฟอร์ด 0 แมนฯ ซิตี้ 2

    นาทีที่ 52 "เรือใบสีฟ้า" เดินเกมต่อเนื่องจากจังหวะสวนกลับ ราฮีม สเตอร์ลิง รับ.ทางฝั่งขวากระชากขึ้นมาจากครึ่งสนามแตะเข้าเขตโทษแต่ยิงไม่ดีไปตรงตัว ดาเนี่ยล บัคมันน์ ตบทิ้งออกมา

    7 นาทีต่อมา อิลคาย กุนโดกัน ฝาก.ออกซ้ายให้ ฟิล โฟเด้น แตะเข้าเขตโทษโยกหนี กิโก้ เฟเมเนีย ก้มหน้าหวดเลียดยัดโคนเสาแรกติดเซฟ ดาเนี่ยล บัคมันน์ ล้มตัวตะปปออกหลัง

    63 นาทีผ่าน แมนฯ ซิตี้ ขยับหนีเป็น 3-0 จนได้ ไคล์ วอล์คเกอร์ เติมขึ้นมาเก็บ.ฝากเร็วต่อให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา พาจี้เข้าเขตโทษตัดเข้าในหนี แดนนี่ โรส ก่อนปั่นด้วยซ้ายโค้งซุกหน้าต่างเสาไกลงามหยด

    70 นาทีผ่านลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่มีเบาเครื่อง แจ็ค กรีลิช ยิงไกลพุ่งไปเช็ดคานบนหลุดออกหลัง จังหวะต่อเนื่องเป็น อายเมริค ลาปอร์กต์ ได้ลองซัดหน้ากรอบ 6 หลาก็ยังติดเซฟ ดาเนี่ยล บัคมันน์

    5 นาทีต่อมา วัตฟอร์ด ตีไข่แตกไล่มา 1-3 จาก.ทางขวา ชูโช่ เอร์นันเดซ สอดมารับในเขตโทษซัดเร็วผ่าน อายเมริค ลาปอร์กต์ ไปชนเสาไกลเด้งย้อนมาเข้าทางทิ้งตัวซ้ำติดเซฟ เอแดร์ซอน ปัดไม่พ้นไหลเข้าประตู

    นาทีที่ 78 เจ้าถิ่น หวิดบวกสกอร์ปลุกความหวัง ชูโช่ เอร์นันเดซ ขยับไปเก็บ.ทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนปาดเข้าเขตโทษถึง โจชัว คิง โฉบมาชาร์จตามน้ำผ่านมือ เอแดร์ซอน หลุดเสาแรกนิดเดียว

    หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม วัตฟอร์ด 1 แมนฯ ซิตี้ 3

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม       

    วัตฟอร์ด (4-1-4-1) : ดาเนี่ยล บัคมันน์ - กิโก้ เฟเมเนีย, วิลเลี่ยม ทรูสต์-เอก็อง, เคร็ก แค็ธคาร์ท, แดนนี่ โรส (เจเรมี่ เอ็นกาเกีย น.71) - อิมราน ลูซ่า (ชูโช่ เอร์นันเดซ น.46) - เอ็มมานูเอล เดนนิส, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ (ยูราย คุชก้า น.46), มุสซ่า ซิสโซโก้, ชูเอา เปโดร - โจชัว คิง 

ผู้จัดการทีม : เคลาดิโอ รานิเอรี่ 

    แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส - ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอ๊าส, อายเมริค ลาปอร์กต์, ชูเอา กานเซโล่ - โรดรี เอร์นานเดซ, อิลคาย กุนโดกัน (เควิน เดอ บรอยน์ น.67), แบร์นาร์โด้ ซิลวา - ราฮีม สเตอร์ลิง, ฟิล โฟเด้น (กาเบรียล เชซุส น.75), แจ็ค กรีลิช (ริยาด มาห์เรซ น.68)

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า 

ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์ 

4
เปิด 5 ประเด็นน่าสนใจจากเกม เวสต์แฮม เปิดบ้านเฉือนหวิว เชลซี ส่งผลให้ "สิงห์บลูส์" มีโอกาสสูงที่จะหล่นจากบัลลังก์จ่าฝูง
    โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี นำทัพ "สิงห์บลูส์" ออกไปพ่าย เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-3 ในเกม ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตำแหน่งจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก สั่นคลอนหนัก 

    หลังเตะ 15 นัด เชลซี เก็บได้ 33 คะแนน (ชนะ 10 เสมอ 3 แพ้ 2) นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงที่ลงเตะน้อยกว่า 1 นัดแค่ 1 แต้ม และนำ ลิเวอร์พูล 2 แต้ม ส่งผลมีโอกาสหล่นจ่าฝูงหาก "เรือใบสีฟ้า" หรือ "หงส์แดง" เก็บชัยชนะได้ในคืนนี้

ในเกมนี้มี 5 ประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

1. สิงห์จอมเปลี่ยนนักเตะ

ADVERTISEMENT


ชักไม่ค่อยหนาว!5ประเด็นร้อนเชลซีพ่ายเวสต์แฮม
ทูเคิ่ล เปลี่ยนนักเตะตัวจริงไปถึง 4 ตำแหน่ง ส่งผลให้ฤดูกาลนี้ เชลซี เป็นทีมที่เปลี่ยนแปลงนักเตะในแต่ละเกมมากสุดรวม 54 ตำแหน่งจากการลงสนามใน พรีเมียร์ลีก 15 นัด

ตั้งแต่ยุค พรีเมียร์ลีก หลังเล่นไป 15 เกม มีแค่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำสถิติเปลี่ยนแปลงนักเตะตัวจริงในแต่ละเกมรวมมากสุดไว้ที่ 65 ตำแหน่ง เมื่อฤดูกาล 2001/02

2. ซิลวา-เจมส์ ทำสถิติ

ADVERTISEMENT


ชักไม่ค่อยหนาว!5ประเด็นร้อนเชลซีพ่ายเวสต์แฮม
ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังบราซิเลียน ขึ้นไปโหม่งทำประตูให้ เชลซี ออกนำเจ้าถิ่น 1-0 ส่งผลให้กลายเป็นแข้ง "สิงห์บลูส์" ที่มีอายุมากสุดที่ทำประตูได้ด้วยวัย 37 ปี 73 วัน ทำลายสถิติของ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา ที่เคยทำไว้ในวัย 37 ปี 49 วันเกมพบ เลสเตอร์ เมื่อปี 2015

ขณะที่ รีซ เจมส์ แบ็กขวา เชลซี ก็กลายเป็นนักเตะ "สิงห์บลูส์" ที่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงใน พรีเมียร์ลีก ครบ 50 นัดอายุน้อยสุด (21 ปี 361 วัน) นับตั้งแต่ จอห์น โอบี มิเกล ทำไว้เมื่อเดือนมกราคม 2009 (21 ปี 264 วัน)

3. จอร์จินโญ่ พลาดอีกแล้ว

ชักไม่ค่อยหนาว!5ประเด็นร้อนเชลซีพ่ายเวสต์แฮม
ในเกมที่ เชลซี เปิดบ้านเสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 ช่วงปลายเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา จอร์จินโญ่ กองกลางทีมชาติอิตาลี เพิ่งทำพลาดมหันต์เมื่อพยายามเกี่ยวลูกโยนโด่งโต้เร็วของ "ปีศาจแดง" ลงพื้นแทนที่จะโขกสกัดจนทำให้ทีมเสียประตู 

มานัดนี้ จอร์จินโญ่ ก็มีส่วนผิดพลาดร่วมกับ เอดูอาร์ เมนดี้ นายทวารเพื่อนร่วมทีม หลังจ่าย.คืนกลับโกลด้วยน้ำหนักเบาเกินไป ส่งผลให้ทีมเสียจุดโทษโดนตามตีเสมอ 1-1

4. เม้าน์ท เฉิดฉายยุค ทูเคิ่ล

ชักไม่ค่อยหนาว!5ประเด็นร้อนเชลซีพ่ายเวสต์แฮม
เมสัน เม้าน์ท กองกลาง เชลซี เป็นคนยิงประตูให้ทีมออกนำเจ้าบ้าน 2-1 ช่วงท้ายครึ่งแรก ส่งผลให้ซัดมา 2 นัดติดแล้ว หลังเกมที่บุกชนะ วัตฟอร์ด 2-1 ก็ทั้งยิงและแอสซิสต์เหมือนเกมนี้

มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ เป็นนักเตะที่มีส่วนร่วมกับประตูที่ เชลซี ทำได้มากสุดตั้งแต่ ทูเคิ่ล เข้ามากุมบังเ.ยนในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังมีส่วน 18 ประตู (ยิง 11 แอสซิสต์ 7)

5. ค้อนกลับสู่เส้นทางคว้าชัยชนะ

ชักไม่ค่อยหนาว!5ประเด็นร้อนเชลซีพ่ายเวสต์แฮม
ตั้งแต่เปิดบ้านเฉือนชนะ ลิเวอร์พูล 3-2 เมื่อต้นเดือนพ.ย. ที่ผ่านมานั้น เวสต์แฮม ก็ไม่ชนะในลีกมาแล้ว 3 เกมติด หลังแพ้ให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน, แมนฯ ซิตี้ และเสมอ ไบรท์ตัน

จากชัยชนะเหนือ เชลซี ทำให้ทีมของ เดวิด มอยส์ เก็บไปแล้ว 27 คะแนน จาก 15 นัด รั้งอันดับ 4 ของตาราง นำ อาร์เซน่อล อันดับ 5 ที่เล่นน้อยกว่า 1 นัดอยู่ 4 แต้ม ส่งผลให้ยังอยู่ในเส้นทางที่ดีกับการลุ้นพื้นที่ไปเล่นถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า

5
วันนี้ (4 ธ.ค.) เมื่อเวลา 07.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยตัวเลขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า

ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5,896 ราย ยอดติดเชื้อรวมระลอกเมษายน 2,107,674 ราย รวมยอดติดเชื้อสะสม 2,136,537 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 37 ราย เสียชีวิตสะสม 20,917 ราย หายป่วยเพิ่ม 5,666 ราย หายป่วยสะสมระลอกเมษายน 2,015,240 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 72,954 ราย

ติดตามข่าวสารและสถานการณ์ COVID-19 ได้ที่นี่



รายละเอียดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 5,896 ราย มีดังนี้

ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 4,609 ราย
ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 148 ราย
ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 1,127 ราย
ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 12 ราย

6


ผู้เชี่ยวชาญเปิดเผยว่า รัฐอีก 6 แห่งในสหรัฐยืนยันการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนในวันศุกร์ (3 ธ.ค.) แต่ก็ระบุว่า ไวรัสสายพันธุ์เดลตายังคงเป็นภัยคุกคามมากกว่าขณะที่เข้าสู่ช่วงฤดูหนาว และชาวอเมริกันจะรวมตัวกันในช่วงวันหยุด

รัฐนิวเจอร์ซีย์, แมริแลนด์, มิสซูรี, เนแบรสกา, เพนซิลเวเนีย และยูทาห์ ต่างรายงานการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนในวันศุกร์ ขณะที่รัฐมิสซูรีกำลังรอการยืนยันจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐเกี่ยวกับการติดเชื้อของผู้อยู่อาศัยรายหนึ่งในเซนต์หลุยส์ซึ่งเพิ่งเดินทางภายในสหรัฐ

บรรดานักวิทยาศาสตร์ยังคงตรวจสอบผลกระทบของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่สามารถแพร่เชื้อได้ในระดับสูง ซึ่งตรวจพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ โดยหลักฐานเบื้องต้นบ่งชี้ว่า ไวรัสโอไมครอนอาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยที่น้อยกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงสายพันธุ์เดลตา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนได้แพร่ระบาดไปทั่วโลก และกระตุ้นให้หลายประเทศกำหนดข้อจำกัดครั้งใหม่เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด แต่ดร.โรเชล วาเลนสกี ผู้อำนวยการ CDC เปิดเผยในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวว่า เดลตายังคงเป็นไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในสหรัฐ

กรมอนามัยของรัฐยูทาห์เปิดเผยในทวิตเตอร์ว่า ตรวจพบไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนผ่านการเรียงลำดับยีนของตัวอย่างเชื้อโควิด-19 ที่ห้องปฏิบัติการของรัฐ

ส่วนหน่วยงานสาธารณสุขของเนแบรสกาเปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่ยืนยันแล้ว 6 ราย โดยมีเพียง 1 ใน 6 รายที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว และไม่มีรายใดจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

นายแลร์รี โฮแกน ผู้ว่าการรัฐแมริแลนด์ประกาศการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน 3 รายแรก โดยระบุเสริมว่าไม่มีรายใดในสามรายนี้ที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนในรัฐเพนซิลเวเนียนั้น พบชายชาวฟิลาเดลเฟียรายหนึ่งอายุราว 30 ขึ้นไปติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน

นายฟิล เมอร์ฟี ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนรายแรกเป็นสตรีที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้วซึ่งเพิ่งเดินทางไปยังรัฐจอร์เจีย

ทั้งนี้ มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนแล้วในรอบ 40 ประเทศทั่วโลกรวมถึงสหรัฐ ซึ่งพบในรัฐแคลิฟอร์เนีย, โคโลราโด, ฮาวาย, มินนิโซตา และนิวยอร์ก

7

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (3 ธ.ค.) โดยถูกกดดันจากการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานสหรัฐยังคงไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาด

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,580.08 จุด ลดลง 59.71 จุด หรือ -0.17%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,538.43 จุด ลดลง 38.67 จุด หรือ -0.84% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,085.47 จุด ร่วงลง 295.85 จุด หรือ -1.92%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ ลดลง 0.92% โดยปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน, ดัชนี S&P500 ลดลง 1.2% โดยลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน และดัชนี Nasdaq ลดลง 2.62% โดยลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เพิ่มขึ้นเพียง 210,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 581,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงาน ปรับตัวลงสู่ระดับ 4.2% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.5%

ตลาดยังถูกกดดัน เนื่องจากบรรดานักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งถอนมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจ แม้ตัวเลขจ้างงานเดือนพ.ย.ของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาดก็ตาม และนักลงทุนยังวิตกเกี่ยวกับความไม่แน่นอนที่เกิดจากไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนด้วย

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวอย่างซบเซาเกือบตลอดทั้งวันหลังจากเปิดตลาด และดัชนีความผันผวนที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึงความวิตกของนักลงทุนโดยดัชนีความผันผวน CBOE Market Volatility ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท พุ่งขึ้นเหนือระดับ 35 ในการซื้อขายช่วงบ่ายวันศุกร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนม.ค. และปิดตลาดเพิ่มขึ้น 9.7 จุด สู่ระดับ 30.67

บรรดานักลงทุนวิตกว่า เฟดจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า เฟดจะพิจารณาเร่งลดโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)

นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกว่า ไวรัสโควิดสายพันธุ์โอไมครอนดูเหมือนจะแพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดลตา โดยจำนวนประเทศที่รายงานการพบไวรัสโอไมครอนยังคงเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ แต่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับความรุนแรงของโรค และประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้

หุ้นบวกในดัชนี S&P500 ได้แก่หุ้นกลุ่มปลอดภัย อาทิ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค บวก 1.4%, กลุ่มสาธารณูปโภค เพิ่มขึ้น 1% และกลุ่มเฮลธ์แคร์ เพิ่มขึ้น 0.25%

หุ้นลบมากที่สุดนำโดยกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ร่วงลง 1.8% รองลงมาได้แก่กลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งร่วงลง 1.65%

หุ้นตัวใหญ่ฉุดตลาดลงด้วย โดยหุ้นเทสลา ร่วงลง 6%, หุ้นอินวิเดีย ร่วง 4% ขณะที่หุ้นแอปเปิลและหุ้นไมโครซอฟท์ ร่วงลงมากกว่า 1%

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่เปิดเผยในวันศุกร์ยังรวมถึงการที่ไอเอชเอส มาร์กิต บริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงินรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 58.0 ในเดือนพ.ย. จากระดับ 58.7 ในเดือนต.ค.

อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคบริการของสหรัฐยังคงมีการขยายตัว โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจพุ่งสูงสุดในรอบ 5 เดือน

8
ราล์ฟ รังนิก กุนซือขัดตาทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด เผย ตนได้คุยกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ตั้งแต่ช่วงก่อนเกมกับ เชลซี แล้ว โดยการคุยกันกินเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงเต็ม พร้อมบอกว่า โซลชา ใจกว้างสุดๆ จนให้ข้อมูลกับตนหลายอย่าง
    ราล์ฟ รังนิก ผู้จัดการทีมชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าตนได้คุยกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นเวลานาน โดยที่ โซลชา ให้ข้อมูลตนเกี่ยวกับเรื่องสภาพของทีมด้วย

    โซลชา โดนปลดจากการเป็นกุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา หลังจากพาทีมทำผลงานได้น่าผิดหวัง ซึ่ง "ปีศาจแดง" ก็เชื่อว่า รังนิก คือคนที่จะกอบกู้สถานการณ์ให้พวกเขาได้จนตัดสินใจดึงเขามาคุมทีมด้วยสัญญาในเบื้องต้นที่มีผลจนถึงจบซีซั่นนี้ พร้อมกับจะให้เขาขึ้นเป็นที่ปรึกษาไปอีก 2 ฤดูกาลต่อจากนี้ เพื่อให้เขาช่วยปรับปรุงโครงสร้างของสโมสรด้วย

    รังนิก เผยว่า "ตอนที่ผมคุยกับ จอห์น (เมอร์ทัฟ ผู้อำนวยการกีฬาของ แมนฯ ยูไนเต็ด) และ เอ็ด (วู้ดเวิร์ด) น่ะ เราไม่ได้คุยแบบเจาะลึกเรื่องรายละเอียดกันเท่าไหร่หรอกนะ แต่ผมก็ได้คุยกับ จอห์น เยอะเป็นพิเศษ ผมยังได้คุยทางโทรศัพท์กับ โจเอล เกลเซอร์ เป็นเวลาเกินครึ่งชั่วโมงด้วย นอกจากนี้ก่อนเกมกับ เชลซี เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วน่ะผมก็ได้คุยกับ โอเล่ เป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงเช่นกัน เขาเป็นคนที่ใจกว้างมากๆ จนถึงขนาดใช้เวลาไป 1 ชั่วโมงครึ่งกับเล่าให้ผมฟังถึงเรื่องข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับทีมผ่านทางโทรศัพท์"

    "แต่อย่างที่ผมบอกไปนั่นแหละว่าเราไม่ได้คุยกันเลยว่าในช่วง 2 ปีหลังจากนี้ หรือก็คือตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2024 มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราคุยเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์ในปัจจุบัน และเรื่องที่ว่าเราจะหาทางทำงานร่วมกันยังไงดีก็เท่านั้น"

9
ช่วงมหากรรมลูกหนังหฤโหดในเมืองผู้ดีเริ่มแล้ว หลังจากที่ ลิเวอร์พูล เพิ่งทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ถลุง เอฟเวอร์ตัน กลางสัปดาห์นี้ ผ่านมาแค่สามวันพวกเขาต้องมีคิวเยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ในเกมลีกวันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม
     แมตช์นี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีการยืนยันเรื่องขุมกำลังของทีมว่าจะใช้งานผู้เล่นชุดเดิมมากยิ่งขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลงให้น้อยที่สุด เพื่อให้ "หงส์แดง" เล่นได้คงเส้นคงวา ขณะเดียวกันข่าวดีก็คือ นาบี เกอิต้า กับ โจ โกเมซ กลับมาลงซ้อมได้แล้ว แต่คงไม่พร้อมลงสนามในเกมนี้

     ส่วนเจ้าบ้านมีสองนักเตะที่น่าจับตามองก็คือ อดาม่า ตราโอเร่ และ ฮวาง ฮี-ชาน โดยทั้งสองคนมีข่าวพัวพันกับ "เดอะ เร้ดส์" และหากทั้งคู่เล่นได้โดดเด่นในแมตช์นี้ มีความเป็นไปได้ที่ คล็อปป์ อาจตัดสินใจดึงพวกเขามาเสริมทัพช่วงตลาดพ่อค้าแข่งฤดูหนาวนี้ก็ได้

 

 

1.  โชต้า หวนคืนถิ่นกลับพร้อมลุ้นสร้างสถิติ

ADVERTISEMENT


     คล็อปป์ ยอมรับว่าประทับใจฝีเท้าของ ดีโอโก้ โชต้า ตั้งแต่แรกเห็นสมัยที่เขายังโลดแล่นอยู่กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส โดยตอนนี้เจ้าตัวยังคิดอยู่เสมอว่าตัดสินใจถูกต้องที่คว้า ดาวเตะชาวโปรตุกีส รายนี้มาร่วมทัพ
 
    จะว่าไปแล้วชื่อของ โชต้า ไม่ได้อยู่ในความคิดของสาวก "เดอะ ค็อป" เลย เพราะตอนนี้พวกเขาโฟกัสไปที่ ติโม แวร์เนอร์ แต่หลังจากที่กินแห้ว ดาวยิงทีมชาติเยอรมนี ซึ่งตัดสินใจย้ายไปเล่นกับ เชลซี ในเวลานั้นไม่มีใครคิดว่าทีมจะไปดึง ดาวเตะเลือดฝอยทอง มาทดแทน
 
    กระนั้น โชต้า พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขากลายเป็นหนึ่งในแข้งคีย์แมนของสโมสร และตอนนี้เจ้าตัวมีคิวกลับมาเยือนโมลินิวซ์ กราวนด์ แถมยังมีโอกาสที่จะได้จารึกชื่อสร้างสถิติในแมตช์นี้ซะด้วย 

 

แนวรุกยังโหด,ลุ้นทำแต้มบี้จ่าฝูง! 5 ประเด็นก่อนเกม ลิเวอร์พูล เยือน วูล์ฟส์
ADVERTISEMENT



 
    เนื่องจาก โชต้า จะมีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ซึ่งตรงกับวันที่ต้นสังกัดบุกเยือน "หมาป่า" และหากเขาทำประตูได้ จะกลายเป็นนักเตะคนที่สามที่ยิงประตูในเกมพรีเมียร์ลีกในวันครบรอบวันเกิดที่สู้กับต้นสังกัดเก่า หลังก่อนหน้านี้มีแค่ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ (สเปอร์ส พบ อาร์เซ่อล ปี 2012) และ ฆวน ม้าต้า (แมนยู พบ เชลซี ปี 2019)
 
    ปัจจุบัน กองหน้าทีมชาติโปรตุเกส ซัดประตูให้กับ ลิเวอร์พูล ในเกมลีกไปแล้ว 8 ลูกจาก 13 แมตช์ โดยเป็นรองแค่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ตะบันตาข่ายคู่แข่งในศึกพรีเมียร์ลีก เพียงแค่  5 ประตูเท่านั้น

 

 

2. ไม่เน้นการเปลี่ยนแปลง

     ช่วงหลายเกมที่ผ่านมาแฟน.ลิเวอร์พูล คงเห็นว่าทีมมีการปรับเปลี่ยนพอสมควร อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป  คล็อปป์ มีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงทีมน้อยลง เพื่อให้เกิดความสมดุลในเรื่องจังหวะการเล่นมากยิ่งขึ้น
 
    ฉะนั้นไลน์อัพที่ กุนซือชาวเยอรมัน จะใช้ในแมตช์เยือน วูล์ฟส์ น่าจะเป็นทีมชุดเดิมที่บุกถล่ม เอฟเวอร์ตัน ในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ช่วงกลางสัปดาห์นี้ เพราะทีมชุดนี้กำลังอยู่ในฟอร์มที่คงเส้นคงวาอย่างมาก 

 

แนวรุกยังโหด,ลุ้นทำแต้มบี้จ่าฝูง! 5 ประเด็นก่อนเกม ลิเวอร์พูล เยือน วูล์ฟส์

 
    สามประสานยังคงเป็นหน้าที่ของ โชต้า, ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลองคิดดูก็แล้วว่ากันสามคนนี้ยิงประตูในลีกรวมกันปาเข้าไป 28 ลูกเลยทีเดีว ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่พวกเขากำลังฮอตสุดๆ 
 
    ในขณะที่แผงมิดฟิลด์ตอนนี้คงไม่มีใครที่จะสอดแทรก ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และติอาโก้ อัลกันตาร่า ได้เลย เพราะพวกเขากำลังเล่นกันได้อย่างเข้าขา และทำให้แดนกลางของ "หงส์แดง" เล่นได้อย่างมีคุณภาพ และน่ากลัวที่สุดในลีกเข้าไปแล้ว 
 
    ส่วนที่คิดว่าน่าจะเปลี่ยนคงหนีไม่พ้นคู่หูเซนตอร์แบ็กของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ แม้ โฌแอล มาติป จะทำผลงานได้ดีในเกมถล่ม "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" แต่คาดว่า คล็อปป์ คงจะพักนักเตะเพื่อใช้งาน อิบราฮิม่า โกนาเต้ แทนมากกว่า 

 

 

3. สัญญาณดี เกอิต้า-โกเมซ ลงซ้อมได้แล้ว 

     เรื่องดีๆ ที่ทำให้สาวก "เดอะ ค็อป" ยิ้มได้เต็มที่ คงหนีไม่พ้นการที่พวกเขาได้เห็นนักเตะหลายๆ คนที่มีปัญหาบาดเจ็บค่อยๆ กลับมาฟิตสมบูรณ์โดยเฉพาะ นาบี เกอิต้า กับ โจ โกเมซ ซึ่งดูเหมือนพวกเขาพร้อมแล้วที่จะกลับมาช่วยต้นสังกัด
 
    เกอิต้า กับ โกเมซ ไม่ได้มีโอกาลงสนามให้กับ "หงส์แดง" เนื่องจากพวกเขาต้องรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ โดยการขาดทั้งคู่ส่งผลให้ขุมกำลังในแดนกลาง กับกองหลังของทีมมีตัวเลือกจำกัดจำเขี่ยอีกครั้ง 

 

แนวรุกยังโหด,ลุ้นทำแต้มบี้จ่าฝูง! 5 ประเด็นก่อนเกม ลิเวอร์พูล เยือน วูล์ฟส์

 
    อย่างไรก็ตามจากการซ้อมล่าสุดทั้ง ดาวเตะชาวกินี และ กองหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษ กลับมาลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่ได้อย่างเต็มที่ และนี่คือสัญญาณที่ดีเยี่ยมสำหรับ คล็อปป์ ในการได้กำลังเสริมกลับมาช่วยสโมสร
 
    กระนั้นทั้งสองคนคงยังไม่พร้อมที่จะลงสนามในแมตช์เยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส แต่สำหรับเกมปะทะ เอซี มิลาน ในแมตช์สุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม  ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งสองคนมีสิทธิ์ที่จะได้กลับมาสัมผัสสนามหญ้าเทียมอีกครั้ง 

 

 

 4. สองสตาร์วูล์ฟส์หวังโชว์ทีเด็ดให้คล็อปป์ประทับใจ

     เกมนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ คล็อปป์ จะได้เห็นความยอดเยี่ยมสองสตาร์เจ้าบ้าน ซึ่งมีข่าวพัวพันกับ ลิเวอร์พูล ในช่วงเวลานี้ และดีไม่ดีหากพวกเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ก็มีสิทธิ์ที่ทีมจะดึงทั้งคู่มาเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมนี้

     อดาม่า ตราโอเร่ ปีกร่างบึ้กได้รับการจับตามองจาก นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช มาตลอดในช่วง 2-3 ซีซั่นที่ผ่านมา ด้วยความแข็งแกร่งและความรวดเร็วถือว่าเขามีคุณสมบัติครบถ้วนเหมาะกับระบบของ คล็อปป์ อย่างมาก

 

แนวรุกยังโหด,ลุ้นทำแต้มบี้จ่าฝูง! 5 ประเด็นก่อนเกม ลิเวอร์พูล เยือน วูล์ฟส์

 
    สิ่งที่น่าสนใจสำหรับในกรณีของ ดาวเตะดีกรีทีมชาติสเปน ก็คือเรื่องค่าตัวเพราะตอนนี้มีรายงานว่าค่าตัวของเขาลดจาก 32 ล้านปอนด์ (ราว 1,408 ล้านบาท) เหลือแค่ 18 ล้านปอนด์ (ราว 792 ล้านบาท) เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยนิดเมื่อเทียบกับคุณภาพของเขา
 
    ขณะที่อีกรายกำลังมีข่าวร้อนแรงกับ "เดอะ เร้ดส์" นั่นก็คือ ฮวาง ฮี-ชาน ดาวยิงชาวเกาหลีใต้ ซึ่งถูกยืมตัวมาจาก แอลเบ ไลป์ซิก กำลังทำผลงานได้เด็ดสะระตี่ให้ วูล์ฟส์ และหากในเกมนี้เขาเล่นได้ยอดเยี่ยม ก็มีโอกาสสูงที่ "เดอะ ค็อป" จะได้เห็นหนุ่มโสมขาวรายนี้มาเล่นร่วมกับ ทาคุมิ มินามิโนะ อีกครั้ง (เคยเล่นด้วยกันตอนอยู่ เร้ด บูลล์ส ซัลซ์บวร์ก)

 

 

5. โรเบิร์ตสัน หนุ่มวิสกี้รสดีเหลือเกิน

      แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จะกลายเป็นนักเตะชาวสกอตแลนด์คนที่ 15 ที่ลงเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก ครบ 200 เกมในแมตช์เยือน วูล์ฟส์ โดยคนแรกก็คือ เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ที่ทำได้เมื่อเดือนเมษายน 2018 

 

แนวรุกยังโหด,ลุ้นทำแต้มบี้จ่าฝูง! 5 ประเด็นก่อนเกม ลิเวอร์พูล เยือน วูล์ฟส์

 
    "ร็อบโบ้" เป็นหนึ่งในนักเตะคีย์แมนที่ช่วยสร้างความสำเร็จให้กับ "หงส์แดง" นับตั้งแต่ที่ย้ายมาเล่นกับสโมสรเมื่อปี 2017 โดยเขาสร้างผลงานดีมีคุณภาพร่วมกับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จนทำให้ทั้งคู่ได้รับการขนานนามว่า "คู่หูฟูลแบ็ก" ที่ดีที่สุดในวงการลูกหนังยุคนี้
 
    แม้ว่าในฤดูกาลนี้ โรเบิร์ตสัน อาจจะมีฟอร์มสะดุดไปบ้าง เนื่องจากอาการบาดเจ็บก็ตาม จนทำให้เขาถูก คอสตาส ซิมิคาส แย่งตำแหน่งตัวจริงในบางเกม แต่ด้วยฟอร์มที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ทำให้ คล็อปป์ ยังคงเลือกเขาในฐานะแบ็กซ้ายตัวหลักเสมอ 

10
ผู้เล่นในตลาดการเงินเริ่มกลับมาทยอยเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น หนุนโดยมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ต่างคาดหวังว่า Omicron แม้จะแพร่ระบาดได้เร็วกว่า Delta แต่ก็อาจจะไม่ได้มีความรุนแรงมากกว่าและวัคซีนที่มีในปัจจุบันยังสามารถรับมือได้ ซึ่งมุมมองดังกล่าวทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมาซื้อสินทรัพย์เสี่ยงที่ราคาปรับฐานลงมาพอสมควรจากความกังวลการระบาดของ Omicron ก่อนหน้า (Buy on Dip) 

ส่งผลให้ ในฝั่งสหรัฐฯ ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 พุ่งขึ้นกว่า +2.5% ตามด้วยดัชนี Dowjones +1.8% หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มการบินและการเดินทาง อาทิ Boeing +7.6% ส่วน S&P500 ปิดตลาด +1.42% ในขณะที่ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq รีบาวด์ขึ้นมาเพียง +0.83%  เนื่องจากหุ้นเทคฯ ยังคงถูกกดดันโดยมุมมองของประธานเฟดรวมถึงบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดที่ต่างออกมาสนับสนุนการเร่งใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด อาทิ การเร่งลดคิวอี ท่ามกลางความกังวลของเฟดว่าเงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้นและอยู่ในระดับสูงได้นานกว่าที่เคยประเมินไว้

อย่างไรก็ดี ในฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX50 ปรับตัวลงต่อ -1.7% สะท้อนว่าตลาดยังคงไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยงจากความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัวจากการระบาดของ Delta ณ ปัจจุบัน รวมถึงความเสี่ยงการระบาดของ Omicron ซึ่งล่าสุดส่งผลให้ รัฐบาลเยอรมนีต้องใช้มาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน 

อนึ่ง ตลาดหุ้นยุโรปยังเผชิญแรงกดดันจากการเทขายหุ้นกลุ่มเทคฯ ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มการเร่งใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดของเฟด ASML -5.8%, Adyen -4.0%, Infineon Tech. -3.9% 

ทั้งนี้ แม้ว่า sentiment ตลาดหุ้นทั่วโลกอาจฟื้นตัวดีขึ้นตามตลาดสหรัฐฯ แต่เรามองว่า ยังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปว่า การปรับฐานของตลาดอาจจบแล้ว เนื่องจากการแพร่ระบาดของ Omicron ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ Omicron ยังมีอยู่ไม่มาก ซึ่งอาจต้องรอการยืนยันจากบริษัทผลิตวัคซีนว่าวัคซีนปัจจุบันยังสามารถรับมือกับ Omicron ได้ โดยคาดว่าข้อมูลดังกล่าวอาจจะมีการรายงานภายใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ดี เรามองว่า หากตลาดหุ้นมีการปรับฐานหนักสู่แนวรับหลักอีกครั้ง ก็จะเปิดโอกาสในการเข้าทยอยสะสมหุ้นที่น่าสนใจได้ 

ส่วนทางด้านฝั่งตลาดบอนด์ ภาพตลาดเริ่มทยอยเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น รวมถึงแนวโน้มเฟดพร้อมเร่งลดคิวอี ได้หนุนให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 1.43% อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่า แม้ตลาดหุ้นจะรีบาวด์ขึ้นมาพอสมควร แต่บอนด์ยีลด์กลับไม่ได้ปรับตัวขึ้นไปมาก สะท้อนว่าผู้เล่นบางส่วนยังคงมีความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์การระบาด และเลือกที่จะเข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัยไว้ก่อน หรือมีผู้เล่นบางส่วนรอจังหวะบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้น เพื่อ buy on dip เพิ่มสถานะถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยชั่วคราว 

12

ศบค.เผยโควิดเสียชีวิต33 ราย ส่วนใหญ่กลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว ให้เกิดความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2564 ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 4,912 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 4,899 ราย (แยกเป็นจากระบบเฝ้าระวังและบริการสุขภาพ 4,606 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 136 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 157 ราย) และเดินทางมาจากต่างประเทศอีก 13 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 รวม 2,130,641 ราย อย่างไรก็ตามหากรวมยอดผู้ป่วยจากการตรวจ ATK จำนวน 1,646 ราย ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่จะมีถึง 6,558 ราย

วันนี้มีผู้เสียชีวิตอีก 33 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตขยับไปที่ 20,880 ราย หายป่วยอีก 5,844 ราย รวมยอดรักษาหาย 2,037,000 ราย ยังรักษาอยู่จำนวน 72,761 ราย เป็นการรักษาอยู่ในรพ.36,507 ราย ในรพ.สนาม/HI-CI 36,254 ราย ทั้งนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 1,315 ราย มีผู้ป่วยหนักนี้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจถึง 338 ราย

สำหรับรายละเอียดผู้เสียชีวิต จำนวน 33 ราย เป็นเพศชาย 16 ราย เพศหญิง 17 ราย อายุ 30-97 ปี อยู่ในพื้นที่ กทม.มากที่สุด 4 ราย โดยในภาคใต้เสียชีวิตรวมยังสูงสุดถึง 11 ราย โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความรุนแรงของโรคและเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคไต โรคอ้วน ติดเตียง ซึ่งเป็นโรคประจำตัวที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น

13


ยอดโควิดทั่วโลก 3 ธ.ค.64 ผู้ป่วยโควิด-19 สะสม 264,391,638 ราย เพิ่มขึ้น 664,668 ราย เสียชีวิตสะสม 5,248,938 ราย เพิ่มขึ้น 6,960 ราย หายป่วยสะสม 238,436,658 ราย

ยอดโควิดทั่วโลก 3 ธันวาคม 2564 เวลา 07.15 น. Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก อยู่ที่ 264,391,638 ราย เพิ่มขึ้น 664,668 ราย

 

ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก สะสมอยู่ที่ 5,248,938 ราย เพิ่มขึ้น 6,960 ราย หายป่วยสะสม 238,436,658 ราย เพิ่มขึ้น 418,237 ราย 


10 อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด 

อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา 49,689,915 ราย(+116,929) 

อันดับ 2 อินเดีย 34,609,741 ราย(+3,200)

อันดับ 3 บราซิล 22,118,782 ราย(+12,910) 

อันดับ 4 สหราชอาณาจักร 10,329,074 ราย(53,945)

อันดับ 5 รัสเซีย 9,703,107 ราย(+33,289)

อันดับ 6 ตุรกี 8,839,891 ราย(+21,747)

อันดับ 7 ฝรั่งเศส 7,773,530 ราย(+48,416) 

 อันดับ 8 อิหร่าน 6,125,596 ราย(+3,839)

อันดับ 9 เยอรมันนี 6,026,796 ราย(+73,486)

อันดับ 10 อาเจนติน่า 5,335,310 ราย(+2,681)

ที่มา : www.worldometers.info/coronavirus/

14
SME D Bank ให้กู้ “สินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา” วงเงินรวม 1,000 ล้านบาท กู้ได้สูงสุดถึง 15 ล้านบาทต่อราย หนุนผู้ประกอบการกลุ่มรับเหมา ลดผลกระทบจากโควิด-19 และเดินหน้าธุรกิจคว้าโอกาสรับงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ-เอกชนได้ลื่นไหลต่อเนื่อง

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า  จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  โดยเฉพาะช่วงกลางปี 2564 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างในการบริหารจัดการโครงการ โดยเฉพาะการจัดการด้านแรงงานก่อสร้าง รวมไปถึงปัญหาค่าแรงที่สูงขึ้น การจัดการแคมป์เพื่อลดความเสี่ยง ต้นทุนเหล็กและวัสดุก่อสร้าง ส่งผลให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูงมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้การดำเนินโครงการก่อสร้างอาจไม่เป็นไปตามแผน นำไปสู่การทิ้งงานและการเลิกจ้างงาน 

 

นอกจากนี้ ปัญหาของภาคการก่อสร้าง ยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างทั้งหมด ทั้งภาครัฐ ประชาชน ภาควัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรและการขนส่ง  ขณะที่ ธุรกิจด้านการก่อสร้างทั้งหมด มีผู้ประกอบการรวมกว่า 136,000 ราย  มีมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็น  8-9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ 

 

SME D Bank ได้ออกผลิตภัณฑ์  “โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา” วงเงินรวม 1,000 ล้านบาท  จุดเด่นเป็นการเติมเงินทุนเหมาะต่อการดำเนินธุรกิจจริงของผู้รับเหมา ในลักษณะเป็นสินเชื่อหมุนเวียนแบบแพ็คเกจ (Total Solution) ควบคู่ในรูปแบบวงเงินกู้ระยะสั้น (P/N) สามารถเบิกจ่ายได้สูงสุด 50% ของงวดงานใดงวดงานหนึ่งที่ทำ   ควบคู่กับเติมเงินเพิ่มในรูปแบบวงเงินสินเชื่อแฟคตอริ่ง โดยรับซื้อลูกหนี้การค้า หรือโอนสิทธิให้ธนาคารได้ไม่เกิน 90% ของมูลหนี้ทางการค้า ช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพียงพอ  รับงานได้ต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด

 


สำหรับคุณสมบัติ ผู้กู้เป็นนิติบุคคล ดำเนินธุรกิจรับเหมามาไม่น้อยกว่า 1 ปี  เปิดกว้างทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ วงเงินกู้สูงสุดถึง 15 ล้านบาทต่อราย คิดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น MLR+1.0% ต่อปี เปิดรับคำขอกู้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2565

SME D Bank ทุ่ม 1,000 ล้าน เปิดตัว ‘สินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา’ 
SME D Bank ทุ่ม 1,000 ล้าน เปิดตัว ‘สินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา’

กรรมการผู้จัดการ SME D Bank กล่าวเสริมว่า “โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา” จะมาช่วยให้ผู้ประกอบการรับเหมา มีเงินทุนนำไปใช้เดินหน้าธุรกิจ คว้าโอกาสจากนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมระดับเอสเอ็มอีเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีมูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านบาทต่อปี  นอกจากนั้น ยังได้รับอานิสงส์จากนโยบายผ่อนปรนการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ก่อให้เกิดการลงทุนโครงการใหม่ในช่วงปลายปี 2564 ต่อเนื่องถึงปี 2565  


ผู้ประกอบการที่สนใจใช้บริการ “โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา” สามารถแจ้งความประสงค์ได้ ผ่านออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ SME D Bank (https://www.smebank.co.th/) แอปพลิเคชัน “SME D Bank” ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android และ LINE Official Account : SME Development Bank เป็นต้น รวมถึงสาขาของ SME D Bank ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

15
          รัฐบาลกลางเยอรมนี และระดับภูมิภาค 16 แห่งเห็นพ้องให้ออกข้อจำกัดผู้คนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อควบคุมโควิด-19 ระลอกที่ 4 ซึ่งมีความรุนแรงมากขึ้น ในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนหน้า มีผู้เสียชีวิต 388 ราย และยังมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับโควิดสายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสหภาพยุโรปเตือนว่ามีแนวโน้มที่จะทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า



          นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล กล่าวว่า เป็นมาตรการที่แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีภายในชาติ เพราะจะมีเพียงผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือเพิ่งหายจากโรคโควิดเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าใช้บริการร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และร้านค้า นอกจากนี้เธอยังเห็นว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบันควรออกข้อบังคับให้ฉีดวัคซีน และนายโอลาฟ ชอลซ์ ซึ่งกำลังจะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันพุธหน้า (8 ธ.ค.) กล่าวสนับสนุน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญทางสาธารณสุขหลายคนในเยอรมนี ระบุว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ในเวลานี้ คือผู้ไม่ได้รับวัคซีน



          เยอรมนีมีอัตราการฉีดวัคซีนที่ร้อยละ 68.7 ซึ่งเป็นอัตราที่ค่อนข้างต่ำสำหรับยุโรปตะวันตก



          ด้านศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งสหภาพยุโรป รายงานการพบผู้ติดเชื้อโควิดโอไมครอนแล้ว 79 คนใน 15 ประเทศในยุโรป ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับการเดินทางไปยังประเทศในแอฟริกา 

Pages: [1] 2 3 ... 29