Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - deam205

Pages: [1] 2 3 ... 26
1
China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้อ่อนค่าลง 0.0019 หยวน แตะที่ 6.3738 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

นักข่าวซินหัวรายงานว่า ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน

ทั้งนี้ อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อิงกับราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ก่อนที่ตลาดอินเตอร์แบงก์จะเปิดทำการซื้อขายในแต่ละวัน

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดเช้าลบ 61.03 จุด วิตกโอไมครอนกระทบเศรษฐกิจโลก

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวพลิกปิดเช้าลบในวันนี้ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนในยุโรปและสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนบางส่วนได้เข้าช้อนซื้อหุ้นที่ร่วงลงในช่วงที่ผ่านมา


สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าวันนี้ที่ระดับ 27,692.34 จุด ลดลง 61.03 จุด หรือ -0.22%

หุ้นลบนำตลาดได้แก่ กลุ่มพลังงานไฟฟ้าและก๊าซ รวมถึงกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่หุ้นที่ปรับตัวขึ้นได้แก่ กลุ่มขนส่งทางทะเล และกลุ่มขนส่งทางอากาศ

2
นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลเกียรติยศ ในงาน Business+ PRODUCT  OF THE YEAR AWARDS 2021 สุดยอดสินค้าแห่งปี 2021 ให้แก่ มร.ลาร์ส  ไฮบุทสกี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย ในรางวัลกลุ่มประกันยอดเยี่ยมแห่งปี ผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทาง ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมตามความต้องการมากที่สุด จัดขึ้นโดยนิตยสาร Business+ ในเครือบริษัท เออาร์ไอพี จำกัด ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล มอบให้เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจและตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันการเดินทาง พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา

3


เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไอซ์แลนด์ หรือ Icelandic Data Protection Authority (“Iceland DPA”) ได้มีคำสั่งลงโทษเป็นค่าปรับทางปกครองเป็นเงินประมาณ 50,800 EUR ต่อกระทรวงอุตสาหกรรมและนวัตกรรมของประเทศไอซ์แลนด์ (Ministry of Industries and Innovation and YAY efh.) เนื่องจากกระทรวงฯ มีการออกบัตรของขวัญเป็นเงินสดให้แก่ประชาชนผ่านแอปพลิเคชันให้กับประชาชน โดยแอปพลิเคชันดังกล่าวมีกระบวนการในการออกแบบให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ The General Data Protection Regulation (“GDPR”) ตั้งแต่ต้น เป็นเหตุให้เกิดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยละเมิดต่อ GDPR ในหลายกรณีในแอปพลิเคชันดังกล่าว

เนื่องจากการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอันเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส (COVID-19) ทางรัฐบาลของประเทศไอซ์แลนด์จึงมีนโยบายในการออกบัตรของขวัญเป็นเงินสดเพื่อช่วยเหลือการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและนวัตกรรมของประเทศไอซ์แลนด์เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินโครงการ ซึ่งในการดำเนินโครงการทางกระทรวงอุตสาหกรรมและนวัตกรรมฯ​ ได้มีการว่าจ้างบริษัทเอกชนเป็นผู้พัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้การกระจายบัตรของขวัญ

ภายหลังจากที่ได้มีการใช้แอปพลิเคชันดังกล่าว Iceland DPA ได้มีการเข้าไปตรวจสอบและระบุว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนโดยขัดจาก GDPR ในหลายประเด็น เช่น ไม่มีการขอความยินยอมที่เหมาะสม ไม่มีการแจ้งถึงรายละเอียดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอ ไม่มีการจัดให้มีมาตรการทางด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ถูกต้องเหมาะสม และไม่มีการออกแบบแอปพลิเคชันให้อยู่บนหลักการของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตั้งแต่ต้น (privacy by design & by default)

หากกรณีนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยภายหลังจากที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ จะมีประเด็นใดบ้างที่องค์กรในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ความสำคัญ​

แอปพลิเคชันที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีการวางแผน และออกแบบกระบวนการในการพัฒนาแอปพลิเคชันตั้งแต่ต้น การออกแบบแอปพลิเคชันที่มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้หรือประมวลผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอปพลิเคชันที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากหรือในวงกว้าง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการโดยจัดให้มีความมีส่วนร่วมจากเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตั้งแต่ต้น

กระบวนการในการออกแบบแอปพลิเคชัน ที่ปรึกษาจะเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การตั้งวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล การเลือกใช้ฐานความชอบด้วยกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับกิจกรรมและวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล การกำหนดประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าที่จำเป็น ตลอดจนการจัดทำแบบประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อพิจารณาว่า กระบวนการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของแอปพลิเคชันที่จะมีการใช้นั้นมีกระบวนการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในระดับที่ยอมรับได้หรือไม่

การเลือกบริษัทที่จะเข้ามาเป็นผู้พัฒนาแอปพลิเคชันในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทางองค์กรต้องพิจารณาว่า บริษัทที่เข้ามาเป็นผู้รับจ้างมีมาตรฐานในการวางมาตรการทางด้านความมั่นคงปลอดภัย (standard of security measure) อย่างไร เพียงพอต่อการให้ความคุ้มครองแก่ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการประมวลผลบนแอปพลิเคชันที่จะมีการพัฒนาขึ้นหรือไม่ และการจัดทำบันทึกข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (DPA) ก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่ต้องจัดทำตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ฯ​ มาตรา 39 เพื่อเป็นการกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

การแจ้งถึงรายละเอียดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ความสำคัญ​เช่นกัน เนื่อง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ​ มาตรา 23 ก็ได้ระบุไว้ว่ารายละเอียดอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จำต้องแจ้งให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ ดังนั้นผู้ควบคุมข้อมูลจำต้องมีความเข้าใจในลักษณะและบริบทของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของแอปพลิเคชัน และจัดทำหนังสือแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทราบถึงรายละเอียดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และมีรายละเอียดที่ครบถ้วนตามกฎหมาย


4
NCL บวก 3% รับข่าว รุกธุรกิจ Digital Marketing Services หวังเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันพร้อมสร้างฐานรายได้ หนุนบริษัทฯเติบโตอย่างมั่นคงและมีศักยภาพมากขึ้น
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (3 ธ.ค.2564) ราคาหุ้นบริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NCL ณ เวลา 15:47 น. อยู่ที่ระดับ 3.76 บาท เพิ่มขึ้น 0.12 บาท หรือ 3.30% โดยทำจุดสูงสุดที่ 3.84 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 3.70 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 60.41 ล้านบาท

นายพงษ์เทพ วิชัยกุล กรรมการผู้จัดการ NCL เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2564 มีมติอนุมัติการลงทุนในกิจการที่ประกอบธุรกิจให้บริการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer) ของบริษัท บีโอบี โฮลดิ้ง จำกัด (BOB) ซึ่ง BOB ถือหุ้นของบริษัท ชีส ดิจิตอล เน็ตเวิร์ค จำกัด (CDN) ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ Digital Marketing Services จำนวน 125,000 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 25% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้ว

“CDN ถือเป็นผู้ให้บริการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร ด้วยประสบการณ์ด้าน IT solution และ digital content มากว่า 10 ปี และมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีรายได้สูงถึง 390 ล้านบาทต่อปี และมีอัตรากำไรขั้นต้นกว่า 43% ในปี 2562 ซึ่งบริษัทฯ เล็งเห็นว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ตลอดจนสามารถสร้างแหล่งที่มาของรายได้ให้แก่กลุ่มบริษัทฯ ได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่องในระยะยาว ทำให้เชื่อมั่นว่าจะเข้ามาช่วยหนุนให้เครือธุรกิจของ NCL เติบโตอย่างมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น” นายพงษ์เทพ กล่าว

สำหรับธุรกิจของ CDN แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1. Digital content gateway หรือ บริการสนับสนุนดิจิทัลคอนเทนต์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยแพลตฟอร์มจัดการข้อมูล ข่าวสาร สาระ และความบันเทิงแบบครบวงจร 2. Digital solution หรือ บริการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับองค์กร ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่ง CND ได้รับความไว้วางใจจากภาครัฐและเอกชนให้พัฒนาเครือข่ายขนาดใหญ่, ดิจิทัลคอนเทนต์, แพลตฟอร์มการตลาดออนไลน์, และระบบเทคโนโลยีอื่นๆ และ 3. Digital Agency หรือ บริการวางแผน, จัดทำ, และบริหารสื่อโฆษณาออนไลน์แบบ One-Stop Service เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ของลูกค้าเกิดประสิทธิภาพสูงสุด



NCL รุกธุรกิจ “การตลาดออนไลน์” หวังขยายฐานรายได้



NCL มั่นใจผลงาน Q4 โตแกร่งรับ “ไฮซีซั่น” – น้ำยาฟอกเลือดหนุนรายได้เพิ่ม


นอกจากนี้ CDN ยังเป็นเจ้าของเว็บไซต์ ไลฟ์สไตล์คอนเทนต์ รายแรกๆของประเทศอย่าง edtguide.com ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการสื่อสารกับกลุ่มวัยรุ่นที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในยุคดิจิตอล

อนึ่งรายละเอียดในการลงทุนในกิจการของ BOB โดย NCL จะชำระค่าตอบแทนให้แก่ BOB จำนวน 250,189,432.20 บาท ด้วยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 72,518,676 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 13.46% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ในรูปแบบการเสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) เพื่อชำระค่าตอบแทนดังกล่าว โดยคณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดกรอบราคาเสนอขายขั้นต่ำที่ 3.45 บาทต่อหุ้น โดยอิงจากราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วง 6 เดือนย้อนหลังก่อนวันจัดประชุมคณะกรรมการ

อย่างไรก็ตามหากราคาเสนอขายมีมูลค่ามากกว่า 3.45 บาทต่อหุ้น จำนวนหุ้นที่บริษัทฯ จะต้องออกเพื่อชำระค่าหุ้นสามัญของ BOB จะลดลง โดยคำนวณจากมูลค่ารายการ 250,189,432.20 บาท หารด้วยราคาเสนอขาย (ซึ่งจะเกิดขึ้นภายหลังจากที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติการเข้าทำรายการ) โดยคาดว่ารับโอนกิจการในครั้งนี้จะดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาส 2/2565

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2565 ในวัน 25 มกราคม 2565 เวลา 10.00 น.ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-EGM) และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการเข้าร่วมประชุมวิสามัญครั้งที่ 1/2565 (Record Date) ในวันที่ 16 ธันวาคม 2564

5
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ระบุ สมัยที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตนเคยโดนปรับเงิน 1 ปอนด์ จากการดื่มน้ำผลไม้ของโรงแรม โดยบอกว่ามันเป็นบทลงโทษที่แปลกมากๆ และเปรียบเทียบว่า เอซี มิลาน ไม่เคยทำอะไรแบบนั้นเลยในตอนที่ อาเดรียโน่ กัลเลียนี่ ยังเป็นผู้บริหารของทีมอยู่
    ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าคนดังของ เอซี มิลาน สโมสรชั้นนำแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดเผยว่าตนเคยแปลกใจสุดๆ กับการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปรับเงินตน 1 ปอนด์ (ประมาณ 44 บาท) จากการที่เขาดื่มน้ำผลไม้ของโรงแรมที่ทีมใช้พัก

    อิบราฮิโมวิช เคยเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่พักหนึ่ง และเขาก็ทำลงานได้ดีพอตัวด้วย ก่อนที่สุดท้ายเจ้าตัวจะตัดสินใจลา "ปีศาจแดง" เมื่อช่วงเดือนมีนาคม ปี 2018 แล้วไปเล่นให้ ลอสแองเจลิส แกแล็กซี่ ทีมในประเทศสหรัฐอเมริกา

    ทั้งนี้ ล่าสุด อิบราฮิโมวิช ได้เขียนหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเองเล่มใหม่ขึ้นมาโดยมีชื่อว่า "Adrenaline" ซึ่งมันบอกเล่าเรื่องราวหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคือการที่เขาบอกว่าเคยโดน แมนฯ ยูไนเต็ด ปรับเงิน 1 ปอนด์ เพราะไปดื่มน้ำผลไม้จากมินิบาร์ของโรงแรมที่สโมสรใช้พักในช่วงก่อนถึงวันแข่งขัน โดยที่ อิบราฮิโมวิช ยอมรับว่ามันเป็นมาตรการที่แปลกพอตัว พร้อมเปรียบเทียบด้วยว่า อาเดรียโน่ กัลเลียนี่ อดีตผู้บริหารระดับสูงของ มิลาน ไม่เคยมีมาตรการอะไรแบบนั้นเลย

    "ถ้าเกิดผมมีนัดประชุมที่กรุงโรมล่ะก็ กัลเลียนี่ จะทำให้มั่นใจว่าผมจะสามารถใช้เครื่องบินเจ็ตของสโมสรได้โดยที่ผมไม่ต้องจ่ายเงินเลย คือผมไม่ได้จะบอกว่าทุกอย่างมันควรจะเป็นของฟรีน่ะนะ แต่คุณคิดเงินกับน้ำผลไม้เนี่ยน่ะเหรอ แล้วคุณยังบอกว่าตัวเองเป็นหนึ่งในสโมสรที่ใหญ่ที่สุดของโลกอีกด้วยเนี่ยนะ ?" อิบราฮิโมวิช ระบุ

6
UCore อาหารเสริม ประกอบด้วย สารสกัดจากธรรมชาติ13 ชนิด

น้ำมันจมูกข้าว, น้ำมันงา, น้ำมันเมล็ดงาขี้ม่อน, สารสกัดโสม, สารสกัดถั่งเช่า, เห็ดชิตาเกะ, เห็ดยามาบูชิตาเกะ, เห็ดไมตาเกะ, สารสกัดขิง, สารสกัดพลูคาว, สารสกัดเห็ดหลินจือ, เบต้ากลูแคน, โคเอนไซม์ Q10

UCore ช่วยเสริมภูมิต้านทานภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หอบหืด สะเก็ดเงิน ลดไมเกรน ช่วยนอนหลับสบาย 
สร้างภูมิต้านทานช่วยสะเก็ดเงิน เริม งูสวัด ช่วยเรื่องการอักเสบ ปวดโรคเก๊าท์ รูมาตอยด์

จดทะเบียนในชื่อ ยูคอร์ (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูลนิ่ม)
UCore (SOFT GEL DIETARY SUPPLEMENT PRODUCT)
เลขที่ อย. 13-1-07458-5-0233
ขนาดบรรจุ 30 แคปซูล
ราคาพิเศษเพียง 990 บาท

*รบกวนแจ้งอาการและยาที่ทานก่อนครับ
มีผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์คอยให้คำปรึกษา
แอดไลน์ สอบถามปรึกษา
Line : @balances 
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก > UCore
Balance ของแท้จากบริษัทโดยตรง
เพจ Core
เพจ Balance

7
     สั่งของจากจีน มาขายอาชีพค้าขายได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในขณะนี้อีกทั้งแนวทางการขายแบบหน้าร้านค้ารวมทั้งการขายแบบออนไลน์ เนื่องจากว่ามีแหล่งผลิตสินค้าให้เลือกหลายแห่ง ทั้งในประเทศและก็ต่างถิ่น โดยการนำเข้าสินค้าจากต่างแดนที่นิยมคือ การนำเข้าผลิตภัณฑ์จากประเทศจีน ด้วยเหตุว่ามีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลายแบบ มีความนำสมัย รวมทั้งที่สำคัญราคาแพงที่ไม่แพง คุ้มต่อการรับมาขาย สำหรับใครกันแน่ที่กำลังจะสั่งของจากจีน มาขายแต่ว่าไม่รู้จักว่าจำเป็นต้องทำยังไงบ้าง วันนี้เราก็มีเรื่องมีราวน่าสนใจสำหรับเพื่อการสั่งสินค้าจากจีนมาบอกกัน.

       

ติดตามเราได้จากเว็บไซต์ รับสั่งของจากจีน https://www.newcargothai.com/17395370/%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2

     เรื่องที่น่ารู้สำหรับเพื่อการสั่งสินค้าจากจีนมาขาย
มีหลายโรงงานให้เลือก การสั่งของจากจีนจะสั่งผ่านโรงงานในหนทางต่างๆยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ หรือสั่งผ่านชิปปิ้งจีนที่รับสั่งของจากจีน สามารถเลือกโรงงานการสร้างได้เองว่าปรารถนาสั่งสินค้าจากโรงงานไหนเพราะแต่ละโรงงานจะแตกต่าง ควรจะพิจารณามองให้ดีว่าโรงงานไหนที่ตามมาตรฐานและเหมาะสำหรับการสั่งของจากจีน มาขาย
สั่งของได้นานัปการ จำเป็นต้องพูดว่าของจากจีนนั้นมีให้เลือกสรรมากจริงๆหรือจะพูดว่ามีทุกประเภทเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจำเป็นต้องการผลิตภัณฑ์แฟชั่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือไอที อุปกรณ์ไฟฟ้า หรืออื่นๆก็สามารถสั่งเข้ามาขายได้

สั่งของได้หลายชิ้น สำหรับในการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากจีนมาขายสามารถสั่งสินค้าเข้ามาได้ทีละเยอะแยะ ไม่ต้องสั่งบ่อย

ไม่สั่งสินค้าที่ไม่อนุญาตให้ส่งออก สำหรับในการสั่งสินค้าเข้ามาขายควรทราบก่อนว่าผลิตภัณฑ์จำพวกใดสามารถสั่งได้รวมทั้งจำพวกใดไม่สามารถสั่งได้ โดยของที่ไม่อนุญาตให้ส่งออกก็คือ ผลิตภัณฑ์ลอกเลียนแบบ สื่อแล้วก็วัตถุลามกจกเปรต สารเสพติด แบงค์หรือเหรียญกษาปณ์เลียนแบบ สัตว์ป้องกันหรือสัตว์ป่าสงวน

     


ผลิตภัณฑ์บางชนิดควรมีเอกสารสิทธิ์การส่งออก สิ่งของที่ต้องกำกัดควรมีเอกสารสิทธิ์ก่อนก็เลยสามารถส่งออกได้ อาทิเช่น อาหาร ยา อาหารเสริม เครื่องแต่งตัว แอลกอฮอล์ บุหรี่ พุทธรูป ฯลฯ โดยในกรรมวิธีส่งออกนั้นจึงควรนำเอกสารมาแสดงต่อศุลกากรด้วย

มีวิถีทางการนำเข้าหลายวิถีทาง การสั่งของจากจีน มาขายสามารถนำเข้าได้หลายหนทาง ไม่ว่าจะเป็นทางน้ำ เครื่องบิน และรถยนต์

     สั่งของจากจีนผ่านชิปปิ้ง ต้องสั่งเช่นไร ชำระเงินแบบไหน?
การรับสั่งของจากจีนพวกเราสามารถสั่งของจากโรงงานผ่านเว็บหรือช่องทางต่างๆและให้ชิปปิ้งจีนช่วยดูแลในประเด็นการขนส่ง การเสียภาษี การส่งออก แล้วก็เอกสารต่างๆได้เลย ส่วนการชำระเงินสามารถจ่ายเงินผ่านธนาคารจีนอย่าง CIMB หรือ Bank of China ได้เลย 

รวมทั้งนี่คือเรื่องน่าสนใจต่างๆสำหรับในการรับสั่งของจากจีน มาขาย ถ้าเกิดผู้ใดกันที่มีแพลุกลนจะสั่งสินค้าจากจีนมาขายก็สามารถให้ชิปปิ้งจีนช่วยดูแลในขั้นตอนต่างๆได้ เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการนำสินค้าจากจีนมาขาย ช่วยทำให้คุณไม่ต้องปวดศีรษะกับกระบวนการทำเอกสารต่างๆและยังช่วยลดทุนการนำเข้าผลิตภัณฑ์ได้ด้วย

       

ที่มา บทความ สั่งของจากจีน มาขาย https://www.newcargothai.com/17395370/%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2

8
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลง ก่อนการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในคืนนี้

ณ เวลา 18.40 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 74 จุด หรือ 0.21% สู่ระดับ 34,548 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้นกว่า 600 จุดเมื่อคืนนี้ โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไร หลังตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงลงอย่างหนักติดต่อกัน 2 วัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากหุ้นโบอิ้งที่พุ่งขึ้นกว่า 7% หลังจีนอนุมัติการขึ้นบินของเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 737 MAX

นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 581,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และคาดว่าอัตราการว่างงานจะปรับตัวลงสู่ระดับ 4.5%

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 531,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 450,000 ตำแหน่ง จากระดับ 312,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 4.6% โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.7% จากระดับ 4.8% ในเดือนก.ย.

แบงก์ ออฟ อเมริกา เปิดเผยว่า สถิติในอดีตบ่งชี้ว่า เดือนธ.ค.เป็นเดือนที่ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นร้อนแรงมากที่สุดของปี

ข้อมูลระบุว่า ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นเฉลี่ย 2.3% ในเดือนธ.ค.นับตั้งแต่ปี 2479 และดัชนีปรับตัวเป็นบวกในเดือนธ.ค.คิดเป็นสัดส่วน 79% นับตั้งแต่ปีดังกล่าว

การดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทในเดือนธ.ค.ได้รับปัจจัยบวกจากปรากฎการณ์ "ซานต้า แรลลี่" ซึ่งมักเกิดขึ้นเป็นเวลา 7 วันทำการ โดยมีขึ้นในช่วง 5 วันทำการสุดท้ายของปีปัจจุบัน รวมทั้ง 2 วันแรกของปีใหม่

จากการรวบรวมสถิติการปรับตัวของตลาดหุ้นนิวยอร์กช่วง 7 วันของซานต้า แรลลี่ พบว่า ดัชนีดาวโจนส์สามารถปิดตลาดในแดนบวกถึง 78% นับตั้งแต่ปี 2471

9
ดูหนังออนไลน์ เว็บหนังออนไลน์ พากย์ไทย เต็มเรื่อง ดูหนังใหม่ฟรี ดู หนังฟรี หนังชนโรง ลื่นไม่มีสะดุดดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ฟรี หนังใหม่ชนโรง FWIPTV.TV ต้องการปลุกกระแสสำหรับคอหนังที่ชื่นชอบการดูหนังนอกเหนือจากในโรงภาพยนต์ 2021

 ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ คมชัดทั้งภาพและเสียง โหลดเร็ว ไม่สะดุด อันดับ1 ในไทยหนังมาใหม่ 2020 รวมทั้งหนังเข้าโรง หนัง HD หนังไทยหนังเกาหลี สำหรับคนที่ ชื่นชอบ หนังฝรั่ง หรือหนังเก่าๆน่าดู เราเป็นเว็บออนไลน์ เว็บหนังดูฟรีมีทั้งหนังใหม่หนังเก่าหนังชนโรงและหนังโรแมนติกเข้าฉายทุกวันดูผ่านออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง มีหนังมาสเตอร์หนังใหม่ล่าสุดและหนังฝรั่งสนุกๆ ให้ดูกันถูกใจทุกๆวัน เว็บหนังออนไลน์ ให้ดูฟรีมีซีรีส์ โปรแกรมหนังใหม่หนังเก่าหนังคอมเมดี้ หนังเข้าโรง รวมทั้งโปรแกรม หนังชนโรง หนังเข้าโรงล่าสุด และหนังตลกหนังฝรั่งให้ดูเดือนนี้ รวมทั้งซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ย์จีน และซีรีย์ฝรั่ง หนังออนไลน์ สามารถดู รอบหนังชนโรงหนังใหม่อาทิตย์นี้ หรือสามารถโหลดหนังใหม่ๆภายในเว็บของเราได้เรามีเว็บหนัง ไทยหนังฝรั่ง หนังตลก หนังเกาหลีหนังจีน สามารถดูหนัง 

10

ศบค.เผยไทยพบผู้ป่วยโควิดรายใหม่ 5,896 ราย ตายเพิ่ม 37 ราย อาการหนัก 1,299 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 330 ราย ยอดฉีดวัคซีน 94.5 ล้านโด๊ส

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) สรุปภาพรวมสถานการณ์โควิดพบผู้ป่วย 5,896 ราย, ผู้ป่วยสะสม 2,136,537 ราย, หายป่วยกลับบ้าน 5,666 ราย, ผู้ป่วยกำลังรักษา 72,954 ราย, อาการหนัก 1,299 ราย, ใส่ท่อช่วยหายใจ 330 ราย, เสียชีวิตเพิ่ม 37 ราย, เสียชีวิตสะสม 20,917 ราย


ขณะที่ 10 จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อสูงสุดประจำวันอันดับ 1 ยังคงเป็นกรุงเทพฯ 892 ราย, นครศรีธรรมราช 396 ราย, สงขลา 325 ราย, สุราษฎร์ธานี 169 ราย, ชลบุรี 168 ราย, ปัตตานี 159 ราย, เชียงใหม่ 150 ราย, ยะลา 120 ราย, สมุทรปราการ 116 ราย และปราจีนบุรี 94 ราย

สำหรับจำนวนการได้รับวัคซีนสะสม (28 ก.พ.-3 ธ.ค. 2564) รวม 94,531,157 โด๊ส, เข็มที่ 1 จำนวน 48,840,463 ราย, เข็มที่ 2 จำนวน 42,089,031 ราย, เข็มที่ 3 จำนวน 3,601,663 ราย

สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 265,161,442 ราย อาการรุนแรง 86,770 ราย รักษาหายแล้ว 238,881,661 ราย เสียชีวิต 5,257,758 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 49,878,049 ราย 2. อินเดีย จำนวน 34,624,065 ราย 3. บราซิล จำนวน 22,129,409 ราย 4. สหราชอาณาจักร จำนวน 10,379,647 ราย 5. รัสเซีย จำนวน 9,736,037 ราย ขณะมี่ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 24 จำนวน 2,136,537 ราย.

11
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงในวันศุกร์ (3 ธ.ค.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ และได้บดบังการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,122.32 จุด ลดลง 6.89 จุด หรือ -0.10% แต่ดัชนี FTSE 100 ปรับตัวขึ้น 1% ในรอบสัปดาห์นี้ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งพุ่งขึ้น 6% ในสัปดาห์นี้

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลงตามราคาทองแดงที่ลดลง ขณะที่หุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารและกลุ่มเฮลธ์แคร์ถ่วงตลาดลงด้วย

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ ร่วง 2.6% ในวันศุกร์ แต่ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% ในรอบสัปดาห์นี้ เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ดีดตัวขึ้นจากการร่วงลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่แล้ว หลังมีรายงานการพบเชื้อโอไมครอนซึ่งเป็นไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่

แต่หุ้นบีพีและหุ้นเชลล์ปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดโดยบวกขึ้น 1.3% และ 0.8% ตามลำดับ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น หลังกลุ่มโอเปกพลัสระบุว่า อาจทบทวนนโยบายการผลิต หากความต้องการใช้น้ำมันลดลง

12
ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 59.71 จุด (3 ธ.ค.) ถูกกดดันจากการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นเพียง 210,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 581,000 ตำแหน่ง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,580.08 จุด ลดลง 59.71 จุด หรือ -0.17%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,538.43 จุด ลดลง 38.67 จุด หรือ -0.84% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,085.47 จุด ร่วงลง 295.85 จุด หรือ -1.92%
          

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ ลดลง 0.92% โดยปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน ดัชนี S&P500 ลดลง 1.2% โดยลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน และดัชนี Nasdaq ลดลง 2.62% โดยลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน


กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เพิ่มขึ้นเพียง 210,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 581,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงาน ปรับตัวลงสู่ระดับ 4.2% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.5%
          

ตลาดยังถูกกดดัน จากการที่บรรดานักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะเร่งถอนมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจ โดยก่อนหน้านี้ นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ส่งสัญญาณยุติโครงการคิวอีเร็วกว่าที่คาดไว้  ซึ่งจะปูทางให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด


คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ในการประชุมวันที่ 3 พ.ย. และเฟดจะปรับลดวงเงินคิวอีเดือนละ 15,000 ล้านดอลลาร์ เริ่มตั้งแต่เดือนพ.ย. ซึ่งการลดวงเงินคิวอีดังกล่าวจะทำให้เฟดยุติการทำคิวอีโดยสิ้นเชิงในกลางปี 2565


นอกจากนี้นักลงทุนยังวิตกเกี่ยวกับความไม่แน่นอนที่เกิดจากไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนด้วย  โดยจำนวนประเทศที่รายงานการพบไวรัสโอไมครอนยังคงเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ แต่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับความรุนแรงของโรค และประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้
          

หุ้นบวกในดัชนี S&P500 ได้แก่ หุ้นกลุ่มปลอดภัย อาทิ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค บวก 1.4%, กลุ่มสาธารณูปโภค เพิ่มขึ้น 1% และกลุ่มเฮลธ์แคร์ เพิ่มขึ้น 0.25% หุ้นลบมากที่สุดนำโดยกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ลดลง 1.8% รองลงมา ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งลดลง 1.65%

13
ธนาคารกสิกรไทยรุกธุรกิจตลาดภูมิภาค “จีน อินโดนีเซีย เวียดนาม” หลังให้บริการPayroll Lendingในกัมพูชา เดินหน้าเพิ่มผู้ใช้งานQR KBankฝั่งสปป.ลาว

The Metamorphosis การเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด ไร้รอยต่อ และไร้ขอบเขต

กสิกรไทยเตรียมเพิ่มกำลังกว่า 5 เท่ารุกเพิ่มรายได้ธุรกิจต่างประเทศ 5%ปี 66

นายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า  ธนาคารตั้งเป้าภายในปี 2566 จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ของธุรกิจในต่างประเทศเป็น 5% ของรายได้สุทธิธนาคารทั้งหมด (Net Total Income-NTI) หรือมีรายได้เติบโตถึง 5 เท่า พร้อมขยายฐานลูกค้าดิจิทัลเป็น 6.5 ล้านราย จากปัจจุบันที่มีอยู่ 1.6 ล้านราย(ปี 64 เติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 34%แม้จะอยู่ภายใต้ภาวะวิกฤตจากโควิด-19) และเพิ่มเป็น 10 ล้านรายภายในปี 2567

การเติบโตครั้งนี้เปรียบเสมือน "METAMORPHOSIS" หรือการเติบโตผ่านการเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างรวดเร็วตามเป้าธุรกิจที่ท้าทาย

 

 ภายใต้ 3 วิสัยทัศน์หลักแบบไร้ขีดจำกัด (Limitless) ไร้รอยต่อ (Seamless) และไร้ขอบเขต (Borderless) Limitless Opportunity โดยสามารถเติบโตในทุกภูมิภาคอย่างไร้ขีดจำกัด  ด้วยการสนับสนุนทางเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจาก KASIKORN BUSINESS-TECHNOLOGY GROUP (KBTG)

 



กสิกรไทยเตรียมเพิ่มกำลังกว่า 5 เท่ารุกเพิ่มรายได้ธุรกิจต่างประเทศ 5%ปี 66

นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกและกระแสการมุ่งสู่ความยั่งยืน ส่งผลให้ภูมิทัศน์ของโลกหลังโควิด-19 เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งนับเป็นโจทย์ที่มีความซับซ้อนและท้าทาย แต่ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจที่ไร้ขีดจำกัด สำหรับธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้เร็ว (Morph) และเปิดรับทักษะสมัยใหม่ ได้แก่

DECOUPLING เป็นโอกาสที่อาเซียนจะสามารถเชื่อมต่อกับสองห่วงโซ่ คือ จีนและสหรัฐฯ จากการเปิดกว้างต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับทั้งสองขั้วอำนาจ

REGIONALIZATION 2.0 จีนผันตัวเองจากแหล่งผลิตสินค้าราคาถูกไปเป็นประเทศที่เน้นการส่งออกสินค้าไฮเทคและนวัตกรรม ขณะเดียวกันธุรกิจของจีนจะทยอยย้ายฐานการผลิตสินค้าที่ใช้แรงงานเข้มข้นไปยังประเทศอื่น โดยเฉพาะอาเซียน ซึ่งมีศักยภาพสูงในการเป็นห่วงโซ่อุปทานของจีน เพื่อรองรับตลาดผู้บริโภคชนชั้นกลางจำนวนมาก

NEXT-GEN DIGITALIZATION Digital technology ช่วยขับเคลื่อนและสร้างโอกาสทางธุรกิจ ทำให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถของ SMEs อีกทั้งยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศในภูมิภาคอาเซียน เพื่อตอบรับการเปลี่ยนผ่านสู่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

DECARBONIZATION กระแสการมุ่งสู่สังคมที่ไร้คาร์บอนของนานาประเทศ โดยตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ที่ท้าทาย นับเป็นโอกาสทางธุรกิจในการสร้างห่วงโซ่อุปทานสีเขียว (Green Supply Chain) ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาเซียนบนเส้นทางการเติบโตยั่งยืนในอนาคตข้างหน้า

Seamless Connectivity เติบโตอย่างไร้รอยต่อ เชื่อมต่อธุรกิจด้วยเทคโนโลยีระดับโลก


กสิกรไทยเตรียมเพิ่มกำลังกว่า 5 เท่ารุกเพิ่มรายได้ธุรกิจต่างประเทศ 5%ปี 66

นายเรืองโรจน์  พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท KBTG  (Group Chairman – KASIKORN BUSINESS-TECHNOLOGY GROUP) กล่าวว่า ประเทศจีนมีประชากรมากถึง 1,412 ล้านคน และมีการใช้โทรศัพท์มือถือ (Mobile Penetration) สูงมาก ส่งผลให้ Fintech Landscape ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว ในปี 2563 ที่ผ่านมา KBTG ได้มีการจัดตั้ง บริษัท ไคไต้ เทคโนโลยี จำกัด (KAITAI Technology Company Limited) ที่เซินเจิ้น มีภารกิจหลัก คือ การหาบุคลากรจีนที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีมาร่วมทีมเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร พร้อมทั้งต่อยอดโอกาสทางธุรกิจจากฟินเทคในจีนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากไปสู่ทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน 

ความสำเร็จในก้าวปีแรกของ KBTG คือ การมีส่วนร่วมใน 14 โครงการสำคัญ ครอบคลุมในทุกประสบการณ์ทางการเงินทั้งด้านการปล่อยกู้ เงินฝาก การชำระเงิน รวมทั้งข้อมูลและการวิเคราะห์กับ 7 พันธมิตรสำคัญในประเทศจีน และมีแผนเพิ่มทีมงานให้ใหญ่ขึ้นถึง 12 เท่า ภายในปี 2569

 

Borderless Growth เติบโตอย่างไร้ขอบเขต ไปพร้อมกับศักยภาพของ World Business Group ที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

กสิกรไทยเตรียมเพิ่มกำลังกว่า 5 เท่ารุกเพิ่มรายได้ธุรกิจต่างประเทศ 5%ปี 66

นายภัทรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า World Business Group (WBG) ได้สร้างการเปลี่ยนสู่ธุรกิจธนาคารยุคใหม่แห่งภูมิภาค ด้วยการเดินหน้าธุรกิจตามโมเดล Kasikorn China ที่ดำเนินธุรกิจบนปรัชญา “Better Me” ที่มุ่งให้การสนับสนุนลูกค้าที่มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนและมุ่งมั่นนำพาตัวเองสู่อิสรภาพทางการเงิน สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีนที่มุ่งเน้นการพัฒนาแบบยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ESG Bank ที่สร้างโอกาสการเข้าถึงทางการเงินให้กับลูกค้า

ทั้งนี้ ธนาคารจะนำแนวคิดธุรกิจนี้ขยายไปยังเวียดนาม ที่ได้เดินหน้าด้วยดิจิทัล แบงกิ้ง อย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่ KBank Loan สินเชื่อดิจิทัลที่ช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายในการขออนุมัติวงเงิน และ K PLUS Vietnam โมบาย แบงกิ้งที่ต่อยอดจากต้นแบบ K PLUS ในประเทศไทย

 

และในอนาคตจะมีการเปิดตัวธุรกิจใหม่บนโมเดล Banking-as-a Service (BaaS) ในการให้บริการมากกว่าธุรกิจการเงินที่จะเริ่มที่เวียดนามเป็นแห่งแรก เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่มากกว่าในการเข้าถึงและบริการทางการเงิน ช่วยให้ฟินเทครายย่อยมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกันและเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

 

สำหรับกัมพูชา ธนาคารพร้อมเปิดตัว Payroll Lending ที่ทำให้ลูกค้าได้รับสินเชื่ออย่างง่ายดายผ่านแอปพลิเคชันของพันธมิตร ส่วนในฝั่งสปป.ลาว จะยังคงเดินหน้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานบริการ QR KBank จากปัจจุบันที่มี 1.3 แสนรายอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขยายการใช้งานให้ครอบคลุมทุกธุรกรรมการเงินของลูกค้า

 

ขณะเดียวกันก็มุ่งสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่จะช่วยยกระดับธุรกิจให้กับลูกค้าผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศนี้ให้เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอีกด้วย

เป้าหมายถัดไปของธนาคารกสิกรไทย คือ การเชื่อมต่อกับอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่สุดและมีประชากรจำนวนมากที่สุดในภูมิภาค โดยปัจจุบันธนาคารได้เร่งสร้างพันธมิตรธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อขยายโอกาสในการทำธุรกิจและส่งมอบบริการทางการเงินให้กับลูกค้าในอินโดนีเซีย

 

นอกจากนี้ยังมีแผนในการจัดตั้งบริษัท K VISION FINANCIAL (KVF) เพื่อขยายการลงทุนด้านดิจิทัลในธุรกิจต่าง ๆ ด้วยเป้าหมายในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มจำนวนพันธมิตรทางธุรกิจ สู่การเป็น Ecosystem ทางการเงินในระดับภูมิภาค พร้อมชูแผนการสร้างบริการทางการเงินเพื่อรองรับตลาด Digital Asset ที่จะเติบโตในตลาดภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศจีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม

 

องค์กรในฝันของ Top Talent ทั่วโลก

จากเป้าหมายและพันธกิจที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ WBG ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพนักงานเป็น 1,037 คนในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้นถึง 52% จากปี 2563 เพื่อขยายศักยภาพของทีมให้ไปสู่ความสำเร็จได้ และด้วยความตั้งใจที่จะเป็นองค์กรสำหรับ Talent ทั่วโลก ซึ่งธนาคารได้เสนอแนวคิด “World of Borderless Growth” เพื่อสื่อสารให้คนรุ่นใหม่เห็นโอกาสในการเติบโตอย่างไร้ขอบเขตทุกมิติ

 

ทั้ง Personal Growth การเติบโตผ่านประสบการณ์ทำงานจริงที่ท้าทาย Growth of Team การเติบโตร่วมกับทีมที่เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน Growth of Partners การเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรทั้ง Tech Company และ Startup ระดับโลก และ Growth of Community การเติบโตเคียงข้างกับสังคมผ่านทุกภารกิจ (Mission) ของ WBG ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

 

14


‘บริทาเนีย’ หรือ BRI เตรียมเปิด 9 โครงการใหม่ในปี 65 พร้อมประกาศช่วงราคาเสนอขาย IPO ที่ 10.00 – 10.50 บาทต่อหุ้น ผู้ถือหุ้นของORI ที่ได้รับสิทธิ จองซื้อ 7 – 9 ธ.ค. นักลงทุนรายย่อยและสถาบัน จองซื้อ 13 – 15 ธ.ค.นี้

บมจ.บริทาเนีย หรือ BRI วางเป้าหมายเป็นผู้นำการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ เตรียมเปิด 9 โครงการใหม่ ในปี 2565 รวมมูลค่า 10,800 ล้านบาท รุกขยายโครงการครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดที่มีศักยภาพ เช่น ชลบุรี ระยอง อุดรธานี มุ่งสร้างความแตกต่างด้วยบริการหลังการขายตลอดอายุของการพักอาศัย ประกาศช่วงราคาเสนอขาย IPO เบื้องต้นหุ้นละ 10.00 – 10.50 บาท เปิดจองซื้อวันที่ 7 – 9 และ 13 – 15 ธันวาคมนี้ เดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

 

นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI เปิดเผยว่า บริษัทฯ วางแผนในช่วง 5 ปีข้างหน้าที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง เช่น สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง พระนครศรีอยุธยา และเน้นพัฒนาโครงการในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพ ในทำเลใกล้แหล่งนิคมอุตสาหกรรมและจังหวัดที่ได้รับประโยชน์จากโครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (ECC) เพื่อตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชนในพื้นที่

นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน)
นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน)

 



“เรามีเป้าหมายเป็นผู้นำการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบของประเทศ โดยใช้จุดแข็งที่หลากหลาย ทั้งความเชี่ยวชาญการพัฒนาโครงการ โดยยึดความต้องการของผู้อาศัยเป็นศูนย์กลางในการศึกษาและวิเคราะห์เพื่อออกแบบบ้านและการให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการ และนโยบายให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้าตลอดช่วงอายุของการพักอาศัย โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาให้บริการนัดหมายการแจ้งซ่อมและติดตามสถานะการซ่อมแซมผ่านโมบายแอปพลิเคชัน ตลอดจนความเชี่ยวชาญการบริหารต้นทุน รวมถึงการสนับสนุนจากบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ซึ่งเป็นบริษัทแม่”นางศุภลักษณ์กล่าว

 

สำหรับปี 2565 บริษัทฯ วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก 9 โครงการ รวมมูลค่า 10,800 ล้านบาท ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และขยายในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัยจากการขยายตัวของเมือง การขยายโครงข่ายคมนาคมและแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัว อาทิ โครงการบริทาเนีย ราชพฤกษ์ – นครอินทร์ เป็นบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท, โครงการบริทาเนีย อมตะ-พานทอง จังหวัดชลบุรี เป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์โฮม มูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท,


โครงการบริทาเนีย อุดร-ดุษฎี เป็นบ้านเดี่ยว มูลค่าโครงการ 650 ล้านบาท, โครงการบริทาเนีย ระยอง เป็นบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท เป็นต้น ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีโครงการที่ปิดการขายแล้ว 2 โครงการ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 2,028 ล้านบาท และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและโอนกรรมสิทธิ์ 13 โครงการ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 17,550 ล้านบาท รวมถึงมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา 6 โครงการ ที่กำหนดเปิดขายในช่วงไตรมาส 4/2564 รวมมูลค่าโครงการประมาณ 4,300 ล้านบาท

 

นางสาวพนิตาภรณ์ วงษ์ประกอบ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯช่วงปี 2561-2563 เติบโตอย่างแข็งแกร่งและก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายโครงการในทำเลที่มีศักยภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและความต้องการบ้านจัดสรรที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ตามการขยายตัวของเมืองและการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่ง รวมถึงการใช้ชีวิตแบบ New Normal ที่เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้น

นางสาวพนิตาภรณ์ วงษ์ประกอบ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน)
นางสาวพนิตาภรณ์ วงษ์ประกอบ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน)

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2564 สามารถสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีรายได้รวม 2,808.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 452.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.92% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการเปิดโครงการใหม่และโครงการในปัจจุบันได้รับการตอบรับที่ดี รวมถึงการบริหารจัดการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ

 

นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายกล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ได้อนุมัติคำขอเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์(ไฟลิ่ง) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก(IPO) จำนวนไม่เกิน 252.65 ล้านหุ้น  หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 29.6% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทแล้ว

นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

นายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายกล่าวว่า ได้กำหนดช่วงราคาเสนอขาย IPO ที่หุ้นละ 10.00 – 10.50 บาท โดยจะเปิดให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หรือ ORI ที่มีสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ BRI (Pre-emptive Rights) จองซื้อในวันที่ 7 – 9 ธันวาคมนี้

นายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
นายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด

ทั้งนี้ สามารถจองซื้อเกินกว่าสิทธิ (ไม่กำหนดอัตราสูงสุดการจองซื้อเกินกว่าสิทธิ) ส่วนผู้ถือหุ้น ORI จะได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่จองซื้อเกินกว่าสิทธิ ต่อเมื่อมีหุ้นที่เหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้น ORI ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นที่จองซื้อตามสิทธิครบถ้วนแล้วเท่านั้น โดยหลักเกณฑ์การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเกินกว่าสิทธิให้เป็นไปตามที่ระบุในแบบไฟลิ่งและหนังสือชี้ชวน ส่วนนักลงทุนกลุ่มอื่นๆ จองซื้อในวันที่ 13-15 ธันวาคมนี้

 

“คาดว่าจะประกาศราคาเสนอขายสุดท้าย (Final Price) ได้ในภายในเวลา 17.00 น. วันที่ 3 ธันวาคมนี้ทางเว็บไซต์ของ บมจ.บริทาเนีย และบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI จะแจ้งข่าวดังกล่าวทางเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)โดยคาดว่าจะนำหุ้น BRI เข้าซื้อขายในตลท.ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2564 โดย BRI จะนำเงินจากการะดมทุนไปใช้พัฒนาโครงการ ชำระคืนเงินกู้ยืมและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ”นายพายุพัดกล่าว

15


แอฟริกาใต้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทะลุหลักหมื่นต่อวัน โดยสายพันธุ์โอไมครอนกลายเป็นสายพันธ์ุหลักในประเทศไปแล้ว รอลุ้นสถานการณ์ 3-4 สัปดาห์หน้า 

วันที่ 3 ธันวาคม 2564 บีบีซีรายงานว่าโควิดสายพันธุ์โอไมครอนได้กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในแอฟริกาใต้แล้ว และกำลังทำให้แอฟริกาใต้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแอฟริกาใต้เผยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณ 11,500 รายในตัวเลขรายวันล่าสุด ส่วนวันก่อนหน้านี้ ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่ 8,500 ราย


นักวิทยาศาตร์แอฟริกาใต้เผยกับบีบีซีว่า ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน แอฟริกาใต้มีผู้ติดเชื้อรายวันเฉลี่ยระหว่าง 200-300 ราย

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนอย่างน้อยใน 24 ประเทศทั่วโลก

นักวิทยาศาสตร์จาก WHO และสถาบันโรคติดต่อแห่งชาติของแอฟริกาใต้ (NICD) ระบุว่าผู้ที่ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อื่นดูเหมือนจะสามารถติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนได้อีก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันจะสามารถป้องกันอาการรุนแรงได้

“การติดเชื้อก่อนหน้านี้เคยป้องกันสายพันธุ์เดลต้าได้ แต่กับสายพันธุ์โอไมครอนในตอนนี้ ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น” แอน วอน กอตต์เบิร์ก นักจุลชีววิทยาจาก NICD กล่าว


“ศาสตราจารย์ซาลิม อับดูล คาริม” คณะทำงานเฉพาะกิจด้านไวรัสโคโรนาในแอฟริกา กล่าวว่าภาพรวมในแอฟริกาจะยังไม่ชัดเจนจนกว่าผู้คนจะป่วยหนักจนต้องไปโรงพยายาล ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเป็น 3-4 สัปดาห์ต่อมา

“แต่ข้อมูลที่เราได้รับจากการลงภาคสนามคือ เราไม่เห็นอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมเลยจริง ๆ สิ่งที่เราเห็นคือสิ่งที่เราคุ้นเคย” เขาให้สัมภาษณ์กับรายการนิวส์เดย์ของบีบีซี

ผู้สื่อข่าวบีบีซีในนครโจฮันเนสเบิร์ก เมืองที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาใต้ กล่าวว่าร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตยังคงแน่นอยู่ ก่อนที่จะถึงวันหยุดคริสต์มาสและปีใหม่ ผู้คนต่างพูดถึงสายพันธุ์ใหม่นี้ แต่จนถึงขณะนี้มีเพียงความตื่นตระหนกเพียงเล็กน้อย และตามที่นักวิทยาศาสตร์ว่าไว้ เราไม่ควรตื่นตระหนก

Pages: [1] 2 3 ... 26