Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Thetaiso

Pages: [1] 2 3 ... 77
1
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ ?BBB+? ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? พร้อมทั้งคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ที่มีการค้ำประกันบางส่วนของบริษัทที่ระดับ ?A-? โดยพิจารณาจากสถานะเครดิตของทั้งบริษัทเองซึ่งเป็นผู้ออกตราสารและสถานะเครดิตของผู้ค้ำประกันคือธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ ?AA+? และแนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? จากทริสเรทติ้ง* โดยธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้ค้ำประกันหุ้นกู้ในสัดส่วน 45% ของเงินต้นคงเหลือและดอกเบี้ยค้างชำระของหุ้นกู้ดังกล่าว

ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 1.3 หมื่นล้านบาทของบริษัทที่ระดับ ?BBB+? ด้วย โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ดังกล่าวไปใช้ชำระหนี้เงินกู้และ/หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียน

อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทในฐานะผู้นำในธุรกิจให้บริการโทรคมนาคมแบบครบวงจรในประเทศไทย ตลอดจนสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งของบริษัททั้งในธุรกิจการให้บริการสื่อสารแบบไร้สายและธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้งผลการดำเนินงานที่น่าพอใจของบริษัท นอกจากนี้ อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงความคาดหวังของ ทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทคือเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือกลุ่มซีพีและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์คือ China Mobile International Holdings Ltd. (China Mobile) อีกด้วย อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวยังมีปัจจัยลดทอนจากงบการเงินที่มีหนี้สินอยู่ในระดับสูงของบริษัท ตลอดจนการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม และผลกระทบที่ยืดเยื้อจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด 19)

ADVERTISEMENT


ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัททรู คอร์ปอเรชั่นยังคงมีผลการดำเนินงานที่สอดคล้องกับประมาณการของทริสเรทติ้ง กล่าวคือ ท่ามกลางผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 บริษัทยังมีรายได้ที่ระดับ 1.02 แสนล้านบาทซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 0.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการให้บริการซึ่งไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายจำนวน 7.97 หมื่นล้านบาทนั้นอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ รายได้ของบริษัทมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแต่ก็มีปัจจัยลดทอนจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและมาตรการควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดซึ่งส่งผลกดดันต่อธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในกลุ่มลูกค้าแบบเติมเงินและธุรกิจให้บริการโทรทัศน์แบบตอบรับสมาชิก

ณ เดือนกันยายน 2564 ธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัทซึ่งดำเนินงานภายใต้แบรนด์ ?ทรูมูฟ เอช? มีจำนวนลูกค้าทั้งสิ้น 32 ล้านราย เพิ่มขึ้นจาก 31.7 ล้านราย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 รายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ระดับ 5.99 หมื่นล้านบาทซึ่งลดลงเล็กน้อยที่ระดับ 0.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้ของกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรวมทั้งรายได้ต่อเลขหมาย (Average Revenue Per User ? ARPU) ยังคงได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันและจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค ทั้งนี้ ในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 รายได้รวมของกลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ลดลง 1.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยทรูมูฟ เอช ยังสามารถคงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในการเป็นผู้ให้บริการสื่อสารแบบไร้สายรายใหญ่อันดับสองของประเทศด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดในด้านรายได้คิดเป็นสัดส่วน 31.5% เอาไว้ได้

บริษัทมีรายได้จากการให้บริการธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 จำนวนทั้งสิ้น 2.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์การเชื่อมต่อแบบออนไลน์และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจากที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ณ เดือนกันยายน 2564 จำนวนลูกค้าที่เป็นสมาชิกอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของบริษัทเติบโตมาอยู่ที่จำนวน 4.5 ล้านราย โดยมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นถึงจำนวน 0.135 ล้านรายในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 ทั้งนี้ แม้ว่ารายได้ต่อเลขหมายจะมีแนวโน้มลดลง แต่ทริสเรทติ้งก็คาดว่ารายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของบริษัทจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2564

รายได้จากธุรกิจให้บริการโทรทัศน์แบบตอบรับสมาชิกของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 6.7% มาอยู่ที่ระดับประมาณ 7.4 พันล้านบาทอันเป็นผลมาจากจำนวนสมาชิกที่หดตัวลง รวมถึงการลดการใช้จ่ายของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ตลอดจนแนวโน้มการรับชมสื่อและข่าวสารผ่านทางช่องทางอินเทอร์เน็ต (Over-the-top ? OTT) และออนไลน์ที่มีมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากโฆษณา สันทนาการ และอื่นๆ มีการฟื้นตัวเพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งทริสเรทติ้งคาดว่าการเปิดประเทศและการกลับมาของกิจกรรมทางสังคมจะช่วยให้ธุรกิจให้บริการโทรทัศน์แบบตอบรับสมาชิกค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมา

ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ระดับ 4.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอันเป็นผลมาจากมาตรการควบคุมต้นทุนของบริษัท ตลอดจนการปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่ลดลง และประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทมีอัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้ (EBITDA margin) อยู่ที่ระดับ 44.2% ในปี 2564 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 40.6% ในปี 2563 ในขณะเดียวกันก็มีเงินทุนจากการดำเนินงานที่ระดับ 3.1 หมื่นล้านบาท

อันดับเครดิตของบริษัทมีข้อจำกัดจากการที่บริษัทมีหนี้สินอยู่ในระดับสูง กล่าวคือ ณ เดือนกันยายน 2564 บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับ 2.44 แสนล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากระดับ 2.53 แสนล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 โดยมีหนี้สินปรับปรุงสุทธิอยู่ที่ประมาณ 4.16 แสนล้านบาท บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อ EBITDA อยู่ที่ระดับ 7 เท่าและอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ระดับ 9.5% ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อโครงสร้างเงินทุนที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ระดับ 82% ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากงบประมาณใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการลงทุนในโครงข่ายสื่อสารแล้ว ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะยังคงมีภาระหนี้สินอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกในช่วงระยะปานกลางโดยยังมีความจำเป็นจะต้องกู้เงินใหม่เพื่อนำมาชำระคืนหนี้เงินกู้เดิมส่วนใหญ่ที่จะครบกำหนดในช่วงเวลา 12-18 เดือนข้างหน้าด้วย

ณ เดือนกันยายน 2564 บริษัทมีหนี้สินทางการเงินของบริษัทย่อยในสัดส่วน 48% ของหนี้สินทางการเงินรวมของบริษัทและหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งระดับหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนของบริษัทนั้นต่ำกว่าระดับ 50% ที่กำหนดไว้ตาม ?เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้? ของทริสเรทติ้ง ทริสเรทติ้งจึงพิจารณาว่าเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันของบริษัทไม่มีความเสียเปรียบอย่างมีนัยสำคัญในการเรียกร้องค่าทดแทนจากสินทรัพย์ของบริษัท ซึ่งส่งผลให้ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัทให้อยู่ในระดับเดียวกับอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC) และบริษัทได้ประกาศความประสงค์ในการควบรวมบริษัท ซึ่งขณะนี้ทริสเรทติ้งกำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการประเมินการควบรวมนี้ว่าจะมีผลกระทบต่ออันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ของบริษัทอย่างไร ทั้งนี้ การประเมินยังขาดข้อมูลรายละเอียดที่เกี่ยวกับการควบรวมกิจการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างของบริษัทใหม่และทิศทางธุรกิจหลังการควบรวม ทริสเรทติ้งมีข้อสังเกตว่าการควบรวมกิจการในครั้งนี้ยังมีปัจจัยที่ท้าทายอีกมากไม่ว่าจะเป็นการได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น การได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ และการได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? สะท้อนถึงการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงรักษาความแข็งแกร่งของสถานะทางการตลาดในกลุ่มธุรกิจหลักและมีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจต่อไปได้ นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าบริษัทจะยังได้รับการสนับสนุนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์และ China Mobile อย่างต่อเนื่องต่อไปอีกด้วย

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

อันดับเครดิตอาจได้รับการปรับลดลงหากผลการดำเนินงานของบริษัทอ่อนแอลงจนส่งผลให้อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินที่ปรับปรุงแล้วลดต่ำกว่าระดับ 5% เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง ในขณะที่อันดับเครดิตอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นได้หากบริษัทมีความสามารถในการทำกำไรและมีโครงสร้างเงินทุนที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทยังมีคดีความที่อยู่ในระหว่างดำเนินการอีกบางส่วนที่อาจจะต้องใช้เวลาในการพิจารณาตัดสิน ทั้งนี้ อันดับเครดิตของบริษัทอาจได้รับแรงกดดันในทางลบหากผลสรุปของคดีความเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบในทางลบอย่างมีสาระสำคัญต่อสถานะทางการเงินของบริษัท

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 15 มิถุนายน 2564

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตกลุ่มธุรกิจ, 13 มกราคม 2564

- วิธีการจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 26 กรกฎาคม 2562

- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงิน, 5 กันยายน 2561

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE)
อันดับเครดิตองค์กร: BBB+
อันดับเครดิตตราสารหนี้:
TRUE221A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 12,246 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
TRUE221B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 100 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
TRUE224A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 5,922 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
TRUE225A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 300 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
TRUE227A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 945 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
TRUE228A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 5,799.10 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
TRUE228B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 830 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
TRUE232A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,330 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+
TRUE232B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,875 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+
TRUE237A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 6,394.60 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+
TRUE239A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,800 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+
TRUE23NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 7,438.90 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+
TRUE245A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,415.50 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BBB+
TRUE248A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 11,841.60 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BBB+
TRUE24OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,325 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BBB+
TRUE24OB: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 6,212.90 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BBB+
TRUE24NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,268.70 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BBB+
TRUE251A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,994.20 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 BBB+
TRUE252A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,207.70 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 BBB+

4
คิดจะ ถมดิน ขุดท่อ ทำถนน ขุดสระ ถางป่า เครียร์พื้นที่ ติดต่อ 080-022-3804

6
ลูกอมพระแม่ธรณี

จัดสร้างจากดินใต้ฐานพระแม่ธรณี ผงมหาจักรพรรดิ และมวลสารอื่น ๆ ช่วยในเรื่องการขายบ้าน ขายที่ดิน

7
Boom Gluta กลูต้า ที่โดมเลือก


ดีและปลอดภัยกลูต้าช็อต ช็อตเดียวรู้เรื่อง!!!

ดำกรรมพันธุ์ ผิวหมองคล้ำ ฝ้ากระ อยากเปลี่ยนลุงป้าเป็นหนุ่มสาวน่ารัก
กลูต้าช๊อต เพียงกล่องเดียว รู้เรื่อง!!!...ดีกว่ากลูกต้าทั่วไป 215 เท่า

ผสมผสานสารสกัดจากธรรมชาติ21ชนิด ปลอดภัย ไร้กังวล ด้วยนวัตกรรมนาโนฟา อินฟาเรด เหรียญเงินระดับนานาชาติ

แค่เทใส่ปาก ละลายและดูดซึมทันที พกพาง่ายไม่ต้องชง!!
1 กล่อง 590 จากปกติ 890.- .
เลขที่จดทะเบียน 1311585950607

 Boom Gluta Shots จึงเป็นที่มาของการแก้ปัญหาด้วยการปกป้องจากภายในด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร "Boom Gluta Shots" มีส่วนประกอบสำคัญ FIR Glutathione Complex สุดยอดอาหารผิวแห่งปี ที่ได้รับรางวัลจากงาน “Seoul International Invention Fair 2020” ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และเป็นนวัตกรรมใหม่
ที่ทำให้ผิวขาวกว่ากลูตาทั่วไปถึง 250% .

รับตัวแทนจำหน่าย/สมาชิก รับสิทธิ์ลงทะเบียนเรียนคอร์สออนไลน์มูลค่า 7,990 บาท ฟรี

สนใจติดต่อ
โทร. 0846623662

id line : teerapat999

รายละเอียดเพิ่มเติม https://teerapat99-gluta.salepage365.com/




8
สำนักพรเทวะ  ศูนย์รวมวัตถุมงคล เครื่องราง ของขลัง เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์
สนใจติดต่อ
อ.ทองเอก พรเทวะ
โทร 0846623662
Line : teerapat999

9
Green Curmin กรีนเคอมิน นวัตกรรมขมิ้นชันละลายน้ำ 16,000 เท่า ร่างกายจึงดูดซึมได้เต็มประสิทธิภาพ และคงตัวได้ดีในสภาวะมีกรด-ด่างในกระเพาะอาหาร ลดอาการจุก เสียด แน่น ท้องอืด มีลมในกระเพาะ อาหารไม่ย่อย

10

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(3 ธ.ค.64) ราคาหุ้นบริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGT ณ เวลา 15:22 น. อยู่ที่ระดับ 4.14 บาท บวก 0.18 บาท หรือ 4.55% ราคาสูงสุด 4.26 บาท ราคาต่ำสุด 3.98 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 157.44 ล้านบาท


บล.เอเชีย เวลท์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า(18พ.ย.2564) ว่า แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 4/2564 ยังเติบโต ทำให้ MGT ยังน่าสนใจ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.40 บาท ซึ่ง PER ที่ 16.7 เท่า โดยมองว่าบริษัทยังมีปัจจัยบวกหนุนผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4/2564 และในปี 65 ดังนี้ (1) การเริ่มบันทึกรายได้และกำไรของบริษัท กรีน ลีฟ เคมิคอล จำกัด โดยจะเริ่มบันทึก ในช่วงไตรมาส 4/2564 (2) ธุรกิจ Expand Graphite ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบกับลูกค้า คาดว่าจะเริ่มมีคำสั่งซื้อในช่วงครึ่งหลังปี 2565 และ (3) สถานการณ์ COVID-19 ที่มีแนวโน้มคลี่คลาย รวมถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ และอุตสาหกรรมอาหาร จะหนุนรายได้ ให้เติบโตต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามปัจจัยกดดันผลประกอบการยังอยู่ที่การขาดแคลน ตู้คอนเทนเนอร์ โดยบริษัทแก้ปัญหาโดยการสั่งสินค้าล่วงหน้ารวมถึงมีการสต๊อกสินค้าเก็บไว้ มากขึ้น นอกจากนี้ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในระดับ 32-34 บาทต่อดอลลาร์ ส่งผลให้ราคานำเข้า วัตถุดิบเคมีภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกดดันในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลง

จากการลงทุนในบริษัท กรีน ลีฟ เคมิคอล จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับ ความสวยงาม อาหารเสริมและยา รวมถึงบริการทดสอบในห้องปฏิบัติการ โดยบริษัทลงทุนในสัดส่วน 55% จากข้อมูลรายได้ของบริษัท กรีน ลีฟ เคมิคอล จำกัด พบว่า รายได้ในปี 61-63 อยู่ในช่วง 150-200 ล้านบาทต่อปี โดยมีอัตรากำไรสุทธิราว 5-8% จึงประเมินว่าบริษัท กรีน ลีฟ เคมิคอล จำกัด จะหนุนกำไรสุทธิของ MGT ให้เพิ่มขึ้นประมาณปีละ 4-8 ล้านบาท (จากสัดส่วนการถือหุ้น 55%) โดยบริษัทจะเริ่มบันทึกในงบการเงินรวมในช่วงไตรมาส 4/2564 เป็นต้นไปมองการลงทุนดังกล่าว จะเป็นการเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่และทำให้สัดส่วนรายได้ของกลุ่ม Lifestyle Biotech เพิ่มขึ้น



MGT บวกแรง 6% ลุ้นผลงานไตรมาส 4 โตต่อเนื่อง-คงเป้ายอดขายปีนี้แตะ 960 ลบ.



4 หุ้นจิ๋ว! ครึ่งปีหลังกำไรเด่น


จากผลประกอบการรายได้ในช่วง 9 เดือน ปี 2564 ที่ 682 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 79% ของประมาณการเติมในปี 64 โดยช่วงไตรมาส 4/2564 มีแนวโน้มเติบโตเทียบไตรมาสก่อนหน้า เล็กน้อยจากบริษัท กรีน ลีฟ เคมิคอล จํากัด ที่จะหนุนรายได้ให้เพิ่มขึ้น ขณะที่ปี 65 การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมต่างๆ และธุรกิจ Graphite ที่คาดจะเริ่มรับรู้รายได้ มองเป็น Upside ให้ผลประกอบการเติบโตอย่าง ต่อเนื่อง จึงทำการปรับประมาณการรายได้ในปี 64-65 เพิ่มขึ้น 9.7% และ 9.8% ตามลำดับ ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้น 5.9% และ 10.3% มาอยู่ที่ 108 ล้านบาท และ 129 ล้านบาท ตามลำดับ

โดยก่อนหน้านี้(11พ.ย.64) ดร.วิทยา อินาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MGT กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 4/2564 บริษัทจะมีการรับรู้รายได้จากบริษัท กรีน ลีฟ เคมิคอล จำกัด เต็มไตรมาสเป็นไตรมาสแรก หลังจากที่เข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 55% คาดปีนี้จะมียอดขายโดยเฉลี่ยประมาณ 150-170 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีรายได้และกำไรที่เติบโตขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเป้าหมายปีนี้จะมียอดขายเติบโตประมาณ 960 ล้านบาทโดยเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน รวมถึงยังมีการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ และมีแผนที่จะทำดีลควบรวมหรือซื้อกิจการ (M&A) อย่างต่อเนื่องในอนาคต

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2564 บริษัทมีกำไรสุทธิประมาณ 30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 22 ล้านบาท หลังจากที่มียอดขายเพิ่มขึ้น และมีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีรายได้จากการขายสินค้า 250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จาการขายสินค้า 166 ล้านบาท โดยมาจากการขายที่เพิ่มของบริษัท และบริษัทในเครือ

ขณะที่งวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 88 ล้านบาท ลดลงประมาณ 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 93 ล้านบาท เนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเกี่ยวกับการปิดกิจการของบริษัทร่วมในปี 2563และมีรายได้จากการขายสินค้า 682 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขายสินค้า 595 ล้านบาท โดยมาจากการขายที่เพิ่มขึ้น

11
     นําเข้ากระเป๋าจากจีนกระเป๋าเป็นของใช้ส่วนตัวยอดนิยมอยู่ตลอด โดยแต่ละคนก็จะเลือกใช้กระเป๋ากันตามงานประจำวันของตน ทำให้ต้องมีกระเป๋าหลายใบเพื่อใช้ในหลายจังหวะ กระเป๋าจึงเป็นของใช้ที่จำเป็นจะต้องอยู่เสมอ สำหรับคนไหนที่พึงพอใจจะขายกระเป๋าจากจีนก็จะต้องบอกว่ามาถูกทางแล้ว เนื่องจากมีให้เลือกมากมายและก็มีต้นทุนที่ไม่สูง วันนี้จึงมีแนวทางการเลือกกระเป๋าจากจีนมาขายมาบอกกันว่าควรเลือกแบบไหนถึงจะขายดิบขายดี

 

 สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ >> นําเข้ากระเป๋าจีน https://www.newcargothai.com/17402706/%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%8B%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99

  เลือกจากโรงงานที่ตามมาตรฐาน ควรที่จะทำการเลือกนําเข้ากระเป๋าจากจีนในโรงงานที่ตามมาตรฐาน เพราะว่าที่จีนนั้นมีโรงงานผลิตกระเป๋าหลายที่ ควรต้องตรวจดูก่อนว่าโรงงานไหนที่ตามมาตรฐาน เพราะว่ามาตรฐานของโรงงานสามารถบอกถึงประสิทธิภาพของสินค้าได้ หากโรงงานมีมาตรฐานการผลิตที่ดีก็จะมีผลให้ได้กระเป๋าที่มีคุณภาพ

  เลือกแบบที่นิยม ควรจะดูว่าในช่วงนั้นกระเป๋าแบบไหนที่กำลังได้รับความนิยม เป็นต้นว่า กระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าคล้องมือ กระเป๋าเป้ กระเป๋าลายการ์ตูน ฯลฯ แล้วหลังจากนั้นก็ให้นำเข้ากระเป๋าจีนแบบนั้นๆเข้ามา เนื่องจากกระเป๋าที่กำลังฮิตจะเป็นที่นิยมมากมายเป็นพิเศษ

  เลือกจากฟังก์ชันการใช้แรงงาน กระเป๋าแต่ละรุ่นจะมีฟังก์ชันการใช้แรงงานที่ไม่เหมือนกันออกไป ตัวอย่างเช่น มีสายสะพายได้ 2 แบบ กระเป๋าพับได้ มีกระเป๋าหน้า มีซิป อื่นๆอีกมากมาย ควรที่จะทำการเลือกหลายๆฟังก์ชันเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับลูกค้า เพราะลูกค้าแต่ละคนอาจชอบต่างกัน

  เลือกกระเป๋าหลายๆแบบ ควรมีกระเป๋าจากจีนนานาประการแบบเพื่อตอบปัญหาการใช้แรงงานของลูกค้า ตัวอย่างเช่น กระเป๋าธนบัตร กระเป๋าเป้ กระเป๋าสำหรับถือ กระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าคลัทช์ ฯลฯ เนื่องจากว่าแต่ละคนมีความต้องการสำหรับการใช้งานที่ต่างกัน

 


  เลือกกระเป๋าที่มีดีไซน์แปลกใหม่ สะดุดตา กระเป๋าที่มีดีไซน์ไม่ซ้ำใครจะช่วยเรียกความสนใจจากลูกค้าก้าวหน้า ควรจะนําเข้ากระเป๋าจากจีนแบบใหม่ๆที่มีดีไซน์ไม่เหมือนใคร เป็นวิธีที่สามารถช่วยให้ร้านค้าของคุณได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

  เลือกกระเป๋าที่มีต้นทุนไม่สูง ถ้าเกิดอยากได้ขายแบบย้ำจำนวนควรที่จะเลือกกระเป๋าที่มีต้นทุนไม่สูง เพื่อช่วยให้กำหนดราคาขายได้ง่าย วิธีแบบนี้จะช่วยเพิ่มยอดการขายก้าวหน้า

     สำหรับคนไหนกันแน่ที่พึงพอใจนําเข้ากระเป๋าจีนมาขายก็สามารถเลือกกระเป๋าจากแนวทางที่เราเอามาฝากกันได้ เป็นเคล็ดวิธีกล้วยๆที่สามารถช่วยให้คุณขายกระเป๋าออกได้เร็วขึ้น ยิ่งไปกว่านี้ยังควรสำรวจตลาดแต่ละสถานที่ว่านิยมแบบไหน เพราะว่าแต่ละสถานที่อาจนิยมต่างกัน ดังเช่น ขายใกล้ที่ทำงานหรือหน่วยงานต่างๆควรที่จะทำการเลือกกระเป๋าที่เหมาะกับวัยทำงานมาขาย แต่ถ้าหากขายใกล้กับโรงเรียนควรที่จะทำการเลือกกระเป๋าที่เหมาะสำหรับวัยเรียนมาขาย วิธีการแบบนี้จะช่วยให้ขายดีขึ้นได้

     

 ขอบคุณสำหรับที่มา บทความ นําเข้ากระเป๋าจีน https://www.newcargothai.com/17402706/%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%8B%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99

12
บัวเชิงผนัง พื้นไม้ลามิเนต กระเบื้องยาง By CCT Group

รู้หรือไม่ บัวพื้นไม่ได้แค่เพิ่มความสวยงามแต่ยังมีประโยชน์อีกมากมาย หลายบทความที่ผมได้เขียนเกี่ยวกับความสำคัญของ บัวเชิงผนัง ข้อดีและข้อเสียและเคยเขียนไปถึงเรื่องการผลิตบัวเชิงผนังเลยด้วยซ้ำ แต่รู้หรือไม่ว่าถ้าบ้านของท่านได้ตกแต่งหรือประดับด้วยบัวเชิงผนัง มันจะเพิ่มความสวยงามและเพิ่มความมีสไตล์ให้กับบ้านของท่านเป็นร้อยเป็นพันเท่า และยังสามารถเลือกซื้อ พื้นไม้ลามิเนต และ กระเบื้องยางได้จากเราอีกด้วย บัวเชิงผนัง พื้นไม้ลามิเนต กระเบื้องยาง By CCT Group
 

13
เดือนสุดท้ายของปี 2021 มีเกมพรีเมียร์ลีก ลงทำการแข่งขันกันเพียบ โดยสัปดาห์นี้ เราคัด 7 คู่เน้นๆ ที่มีประเด็นน่าสนใจก่อนเกมมาฝากแฟน ๆ
    "เวสต์แฮม-เชลซี"

    เชลซี บุกคว้าชัยเกม ลอนดอน ดาร์บี้ ใน พรีเมียร์ลีก มาแล้ว 7 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติดีที่สุดตลอดกาลของวงการฟุต.เมืองผู้ดี โดยในจำนวนนั้นมีถึง 6 นัดที่พวกเขาสามารถเก็บคลีนชีตได้ และหนึ่งประตูที่เสียไปคือเสียให้แก่ คริสติย็อง เบนเตเก้ เมื่อเดือนเมษายน

    ขณะที่ เวสต์แฮม เอาชนะเกมลีกในบ้านเหนือ "สิงห์บลูส์" 3 จาก 6 เกมหลัง (เสมอ 1 แพ้ 2) เทียบเท่าก่อนหน้านี้ 14 นัด (เสมอ 3 แพ้ 8) ซึ่ง "เดอะ แฮมเมอร์ส" แพ้เกมดาร์บี้ แมตช์ กรุงลอนดอน 2 จาก 4 เกมหลัง (ชนะ 1 เสมอ 1) อย่างไรก็ตาม พวกเขาเอาชนะในเกม ดาร์บี้ แมตช์ ได้จากนัดล่าสุดคือการสยบ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ถึงกระนั้น "ขุนค้อน" ชนะทีมร่วมเมืองสองเกมติดต่อกันครั้งล่าสุด ต้องย้อนไปเมื่อเดือนมกราคม ปี 2019 ที่ทำได้ 3 นัดติด

    เชลซี ชนะ เวสต์แฮม ไปกลับเมื่อซีซั่นก่อน ทว่าครั้งสุดท้ายที่พวกเขาชนะ "ขุนค้อน" 3 เกมติดบนลีกสูงสุด 3 เกมติดได้นั้นเกิดขึ้นระหว่างเดือนมีนาคม ปี 2010 ถึงเดือนเมษายน ปี 2011

    "วูล์ฟส์-ลิเวอร์พูล"

ADVERTISEMENT


    ลิเวอร์พูล ไม่ปราชัยในการออกไปเยือนถิ่น วูล์ฟส์ ตลอด 6 เกมหลังที่ลงเตะเกมลีก (ชนะ 5 เสมอ 3) โดยครั้งสุดท้ายที่แพ้นั้น เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1981

    ขณะเดียวกัน "ทีมหมาป่า" ชนะแค่นัดเดียวจากการเจอกับ "หงส์แดง" 14 นัดหลังสุดในเกม พรีเมียร์ลีก (เสมอ 2 แพ้ 11) ชัยชนะดังกล่าวต้องย้อนไปเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2010 (ชนะ 1-0 ที่ แอนฟิลด์) 

    นับตั้งแต่กลับขึ้นมาเล่น พรีเมียร์ลีก เมื่อปี 2018 วูล์ฟส์ แพ้ในบ้านตัวเองยามที่ลงเตะช่วงเวลาบ่าย 3 โมง(ตามเวลาท้องถิ่น) แค่ 2 นัดเท่านั้น โดยชนะ 7 เสมอ 4 ซึ่งความพ่ายแพ้เกิดขึ้นต่อ วัตฟอร์ด 0-2 เมื่อเดือนตุลาคม 2018 และ แพ้ เชลซี 2-5 เมื่อเดือนกันยายน ปี 2019

    "วัตฟอร์ด-แมนฯ ซิตี้"

ADVERTISEMENT


    จากที่เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาได้นั้น วัตฟอร์ด ก็มองหาชัยชนะเหนือสองทีมจากเมือง แมนเชสเตอร์ ในเกมลีกซีซั่นเดียวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1986/87

    อย่างไรก็ตาม "แตนอาละวาด" ยังไม่เคยชนะ "เรือใบสีฟ้า" ในเกม พรีเมียร์ลีก ได้เลย (เสมอ 2 แพ้ 10) โดยในความปราชัยเกิดสกอร์รวมถึง 4-37

    18 นัดที่ แมนฯ ซิตี้ เจอ วัตฟอร์ด ทุกรายการ พวกเขายังไม่แพ้เลย (ชนะ 16 เสมอ 2) โดยยิงได้ถึง 59 ประตู ซึ่งมีแค่ นอริช ( 22 นัดระหว่างปี 1965-1981), วอลซอลล์ (19 นัดตั้งแต่ปี 1897) และ เวสต์บรอมวิช (19 นัดตั้งแต่ปี 2010) เท่านั้นที่ "เรือใบสีฟ้า" ไม่แพ้ติดต่อนานมากกว่า

    ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่แพ้ต่อทีมใดในเดือนธันวาคมมาแล้ว 10 นัดติดต่อกัน (ชนะ 7 เสมอ 3) โดยในจำนวนนั้นพวกเขาทำได้ 17 ประตู และเสียแค่ 3 ลูก

    "แมนฯ ยูไนเต็ด-คริสตัล พาเลซ"

    คริสตัล พาเลซ บุกเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ มาแล้ว 2-0 และครั้งสุดท้ายที่ทีมจากเมืองลอนดอน สามารถคว้าชัยเหนือสองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ ได้บนลีกสูงสุดซีซั่นเดียวกันคือ อาร์เซน่อล เมื่อตอนฤดูกาล 1990/91

    ปีก่อน "ปีศาจแดง" พลาดคว้าชัยเหนือ พาเลซ ทั้งสองนัด (เสมอ 1 แพ้ 1) โดยพวกเขายังไม่เคยไม่ชนะ "ดิ อีเกิ้ลส์" 3 นัดติดเลยนับตั้งแต่ช่วงปี 1925-1970

    พาเลซ บุกชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด มาแล้ว 2 ครั้งติดต่อกัน เทียบเท่ากับสถิติก่อนหน้านี้ 22 นัด(ชนะ 2 เสมอ 3 แพ้ 17) นอกจากนี้ "ปราสาทเรือนแก้ว" เก็บแต้มจาก "ปีศาจแดง" 7 คะแนนจากการเจอกัน 4 นัดหลัง (ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1) โดยเทียบเท่ากับก่อนหน้านี้ที่เก็บได้คะแนนเท่ากันแต่ต้องใช้จำนวนเกมมากถึง 23 นัด(ชนะ 1 เสมอ 4 แพ้ 18)

    "สเปอร์ส-นอริช"

    หลังจากผ่าน 25 เกมอันเลวร้ายที่ไม่ชนะในกรุงลอนดอน บนเวที พรีเมียร์ลีก นอริช ก็ลบล้างสถิตินั้นได้เมื่อเอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1 โดยที่ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาเอาชนะที่เมืองหลวง อังกฤษ 2 เกมติดได้ ต้องย้อนไปเมื่อเดือนสิงหาคม-กันยายน ปี 1992 ที่บุกชนะได้ทั้ง อาร์เซน่อล, เชลซี และ คริสตัล พาเลซ

    แฮร์รี่ เคน ยิงประตูใส่ นอริช ในเกม พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 5 ประตูจาก 3 เกมที่เจอกัน โดยทั้งสามนัดมีลูกจุดโทษเกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งไม่มีผู้เล่นคนไหนในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่จะยิงจุดโทษใส่ทีมทีมเดิมเป็นจำนวน 4 เกมติดต่อกัน

    "ไก่เดือยทอง" ยังไม่เสมอกับใครในการเล่นในบ้านเกมลีกที่ลงเตะในคืนวันอาทิตย์ โดยชนะได้ 11 นัด และแพ้ 3 ลึกไปกว่านั้น พวกเขาเอาชนะได้ถึง 6 จาก 7 นัดหลังที่ลงเตะวันอาทิตย์ ซึ่งความปราชัยนัดเดียวเกิดขึ้นต่อ เชลซี 0-3

    2 จาก 3 นัดที่ นอริช เอาชนะ สเปอร์ส ได้บนเวที พรีเมียร์ลีก เกิดขึ้นจากการออกไปเยือน "ไก่เดือยทอง" ตอนเดือนธันวาคม ปี 1993 และเดือนเมษายน ปี 2012

    "แอสตัน วิลล่า-เลสเตอร์"

    ในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก มีแค่ มิดเดิลสโบรส์ (15 นัด- แมนฯ ยูไนเต็ด), ฟูแล่ม (14 นัด-แมนฯ ซิตี้) และ เวสต์บรอมฯ (13 นัด-อาร์เซน่อล) ที่ทีมใดทีมหนึ่งลงเล่นในบ้านตัวเองแล้วไม่สามารถเก็บคลีนชีตต่ออีกทีมได้มากกว่าที่ แอสตัน วิลล่า เสียประตูให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ตลอด 12 เกมหลังสุดที่รับมือ "เดอะ ฟ็อกซ์" โดยในจำนวนนัดดังกล่าว พวกเขาเสียไปถึง 23 ประตูด้วยกัน

    เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ วิลล่า ได้ถึง 5 จาก 7 เกมที่เจอกันหลังสุด (เสมอ 1 แพ้ 1) เทียบเท่ากับสถิติก่อนหน้านี้ 22 นัดที่เจอกัน (เสมอ 9 แพ้ 8) ขณะเดียวกัน 'สิงห์ผงาด" แพ้ต่อ "เดอะ ฟ็อกซ์" ในบ้านตัวเอง 2 เกมหลังสุด โดยครั้งสุดท้ายที่แพ้ต่อ เลสเตอร์ ที่สนาม วิลล่า พาร์ค 3 เกมติดนั้น เกิดขึ้นเมื่อช่วงระหว่างปี 1936-1954

    เจมี่ วาร์ดี้ ทำประตูใส่ วิลล่า ได้ถึง 5 ลูกจาก 5 เกมหลังที่เจอกัน ขณะที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ เพื่อนร่วมทีมก็มีส่วนกับประตูใน วิลล่า 4 ลูกจาก 3 เกมหลัง(3 ประตู 1 แอสซิสต์)

    "เอฟเวอร์ตัน-อาร์เซน่อล"

    เอฟเวอร์ตัน เอาชนะ อาร์เซน่อล ได้ทั้งสองนัดที่เจอกันเมื่อซีซั่นที่แล้ว อย่างไรก็ดี พวกเขาไม่ชนะ "ปืนใหญ่" ติดต่อกัน 3 นัดในลีกเลยนับตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 1986

    ส่วน "เดอะ กันเนอร์" ไม่สามารถบุกชนะที่บ้านของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ในการเจอกันเกมลีก 3 นัดหลังสุด(เสมอ 1 แพ้ 2) โดยครั้งสุดท้ายที่ไม่ชนะนานกว่านี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงระหว่างปี 1989-1994 ที่ไม่ชนะ 6 นัดติด

    อาร์เซน่อล ทำประตูใส่ เอฟเวอร์ตัน ในเกม พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 111 ประตูมากกว่าทีมอื่น ๆ ที่พวกเขาทำได้ โดยมีแค่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เท่านั้นที่มีสถิติยิงประตูใส่คู่แข่งทีมเดิมได้มากกว่า (112 - นิวคาสเซิ่ล)

    เอฟเวอร์ตัน แพ้ในการลงเล่นคืนวันจันทร์ในซีซั่นนี้ต่อ วูล์ฟส์ 1-2 ซึ่งพวกเขาไม่แพ้ในการลงเตะวันนี้ 2 ครั้งติดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2006-เดือนมกราคม ปี 2007 (ต่อ เชลซี และ แมนฯ ซิตี้)

15


บริษัทโมเดอร์นา อิงค์คาดว่า บริษัทอาจพร้อมที่จะยื่นขออนุมัติการใช้งานวัคซีนเข็มบูสเตอร์สำหรับป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนในสหรัฐได้อย่างเร็วที่สุดภายในเดือนมี.ค.ปีหน้า
นายสตีเฟน โฮก ประธานคณะกรรมการบริหารของโมเดอร์นาแสดงความเชื่อมั่นว่า วัคซีนเข็มบูสเตอร์ที่บริษัททำการทดลองนั้นอาจเป็นหนทางเร็วที่สุดในการแก้ปัญหาประสิทธิภาพวัคซีนลดลงที่อาจเกิดจากไวรัสโอไมครอน โดยนายโฮกให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “เราได้เริ่มโครงการทดลองวัคซีนดังกล่าวแล้ว”

นอกจากนี้ โมเดอร์นากำลังทำการค้นคว้าวัคซีนที่มีคุณสมบัติแบบ Multivalent ซึ่งจะมีองค์ประกอบของไวรัสโควิด-19 ถึง 4 สายพันธุ์ รวมถึงไวรัสโอไมครอนด้วย ซึ่งกระบวนการดังกล่าวอาจใช้เวลาหลายเดือน



นายโฮกยังได้พูดถึงขั้นตอนการยื่นขออนุมัติซึ่งอาจใช้เวลา 3-4 เดือน เนื่องจากแนวทางก่อนหน้านี้ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) กำหนดไว้นั้น จะต้องส่งข้อมูลการทดลองทางคลินิกขั้นกลางด้วย

นายโฮกอธิบายว่า “สำหรับวัคซีนเข็มบูสเตอร์ที่มุ่งสกัดไวรัสโอไมครอนโดยเฉพาะนั้น ถ้าพูดตามจริง เราคงจะไม่ได้ใช้ก่อนเดือนมี.ค. และอาจจะนานออกไปจนถึงไตรมาส 2 ปีหน้า เว้นแต่ FDA จะปรับเปลี่ยนแนวทางการยื่นข้อมูลเพื่อขออนุมัติใช้วัคซีน”

Pages: [1] 2 3 ... 77