Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Cindy700

Pages: [1] 2 3 ... 91
3
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Official Website : https://www.kiehls.co.th

4
สำนักงานบัญชี เอทีเอส บริการบัญชีและภาษี
1158/14  ซอยจันทน์ 37/1  ถนนจันทน์  แขวงทุ่งวัดดอน  เขตสาทร  กรุงเทพฯ 
สนใจติดต่อคุณสมบูรณ์ 089-793-5707 , 02-212-3064
Email : ats_audit@hotmail.com

สำนักงานบัญชี , รับทำบัญชีถนนจันทน์ , รับทำบัญชีบางคอแหลม , รับทำบัญชียานนาวา , รับทำบัญชีพระราม 3 , รับทำบัญชีสาทร , รับทำบัญชีบางรัก ,รับทำบัญชีทุ่งมหาเมฆ , รับทำบัญชีสีลม , รับทำบัญชีศาลาแดง , รับทำบัญชีพระราม1 , รับทำบัญชีสยาม , รับทำบัญชีเพลินจิต , รับทำบัญชีชิดลม , รับทำบัญชีปทุมวัน , รับทำบัญชีเซ็นหลุยส์ , รับทำบัญชีสาธุประดิษฐ์ , รับทำบัญชี , รับทำบัญชีรายเดือน , รับทำบัญชีรายปี , ตรวจสอบบัญชี , ตรวจสอบบัญชีบริษัทจำกัด , ตรวจสอบบัญชีห้างหุ้นส่วนจำกัด

5
​​​​​​​https://katoacademy.com/facebook-ads/
สอนเฟสบุ๊ค สอนยิงแอดเฟสบุ๊ค

6
ซ่อมหม้อต้มสแตนเลส
ทำหม้อต้มสแตนเลส
เชื่อมหม้อต้มสแตนเลส
ผลิตหม้อต้มสแตนเลส

7

คุณค่าบริษัท

มีการวิเคราะห์กันว่า บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH มุ่งหาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างความแข็งแกร่ง โดย 3 ดีลล่าสุดเป็นการทำ M&A ในโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการอยู่แล้ว ได้แก่ Paiton เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อินโดนีเซีย ถือหุ้น 45.515% ขนาด 2,045 เมกะวัตต์ (931 เมกะวัตต์) มูลค่าลงทุนรวม 2.5 หมื่นล้านบาท

โดยโรงไฟฟ้านี้มีจุดเด่นที่ผลิตไฟฟ้ามายาวนาน มีกำไรสม่ำเสมอ มีอายุคงเหลือของ PPA อีก 21 ปี และมี Offtaker ที่มั่นคง ทั้งนี้ RATCH ได้เตรียมแหล่งเงินทุนแล้ว ผ่าน Internal Cashflow ราว 8 พันล้านบาท และที่เหลือเป็นการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน

นอกจากนี้ซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมและหุ้นเพิ่มทุนรวม 51% ใน บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) หรือ SCG มูลค่ารวม 3.4 พันล้านบาท (593.5 ล้านหุ้น ในราคาจองซื้อหุ้นละ 5.75 บาท) และมีหน้าที่ต้องทำ Tender Offer หุ้นส่วนที่เหลือด้วย สำหรับ SCG มีจุดเด่นที่โรงไฟฟ้า Cogen ในสวนอุตสาหกรรมที่ศรีราชา โดยขายให้ IUs 70 เมกะวัตต์ และอีก 30 เมกะวัตต์ จะขายให้ EGAT (SPP Replacement) RATCH มองว่าเป็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือกับกลุ่มสหพัฒน์ในอนาคต

ขณะที่การซื้อหุ้นเพิ่มอีก 40% จากเดิม 50% เป็น 90% ในบริษัท Fareast Renewable Development Pte. Ltd. (FRD) ซึ่งถือหุ้น 53.21% ในโรงไฟฟ้า Hydro ที่อินโดนีเซีย (Asahan-1) ขนาด 180 เมกะวัตต์ ทำให้ Equity MW เพิ่มเป็น 86 เมกะวัตต์ ด้วยเงินลงทุน 1.8 พันล้านบาท

สำหรับผลการลงทุนโดยมองว่าเป็นการลงทุนที่ดี หากเทียบกับส่วนแบ่งกำไรจาก FRD ซึ่งปีนี้เติบโตสูง เพิ่มขึ้น 18% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ตามปริมาณน้ำที่สูงขึ้น ด้วยโครงการที่ RATCH เพิ่งเข้าซื้อเป็นโครงการที่ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งสร้างรายได้และกำไรได้ทันที ทำให้จะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรปีหน้า

ส่วนก่อนหน้า RATCH ได้เคยแจ้ง SET เกี่ยวกับแผนเพิ่มทุน ด้วยการออกหุ้นใหม่ 769.23077 ล้านหุ้น (53% ของจำนวนหุ้นเดิม) ด้วยการเสนอขายให้แก่ ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Preferential Public Offering : PPO) ในอัตราไม่ต่ำกว่า 1.885 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ โดยกำหนดมูลค่าของการเสนอขายหุ้น PPO ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ RATCH กล่าวว่า กระบวนการเพิ่มทุนน่าจะเกิดขึ้นภายในไตรมาส 1 ปี 2565 โดยเม็ดเงินที่ได้จะนำไปลงทุนโครงการ Renewable โดยไม่ได้ใช้กับโครงการ Paiton ทำให้มองว่า RATCH น่าจะมีดีล M&A ขนาดใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้เพื่อรองรับเงินเพิ่มทุน

ด้านกำไรงวด 9 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 5,648.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 4,157.21 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) กำไรปกติอยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ดีกว่า บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์คาดมาก

โดยหลักจากส่วนแบ่งกำไรที่เติบโตสูง 32% จากงวดเดียวกันของปีก่อนเป็น 4.3 พันล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลงมาก การลงทุนใน บ.ร่วม และ JV ออกดอกออกผลชัดเจนในปีนี้ จากปริมาณน้ำที่ดีทำให้กำไรของโรงไฟฟ้า Hydro ที่ลาวและอินโดนีเซียเติบโตสูง โครงการหงสาที่ลาวเดินเครื่องผลิตเต็มที่มากขึ้น การขยายกำลังผลิตของโรงไฟฟ้า SPP เดิม และดีล M&A ใหม่ (ABEIF) และมองว่าการลงทุนใน บ.ร่วมและ JV จะเป็นแรงหนุนกำไรต่อเนื่องในปี 2565 โดยเฉพาะจาก Paiton

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น RATCH แทบไม่เปลี่ยนแปลงในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมา ภายหลังประกาศเพิ่มทุน โดยคาดเกิดจาก Overhang เพื่อรอการเพิ่มทุน บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มองว่า ณ ราคานี้น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว ด้วยฐานกำไรที่มั่นคง เติบโตจาก M&A และอัตราเงินปันผลที่สูงเกิน 5% โดยคาดว่าราคาหุ้นน่าจะตอบสนองต่อการเติบโตของกำไร ภายหลังการเพิ่มทุนเสร็จสิ้นแล้ว แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 54 บาท

….

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 652,500,000 หุ้น 45.00%
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 77,276,896 หุ้น 5.33%
สำนักงานประกันสังคม 67,913,700 หุ้น 4.68%
สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด 56,792,500 หุ้น 3.92%
SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED 37,855,165 หุ้น 2.61%

รายชื่อกรรมการ

นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ประธานกรรมการ
น.ส.ชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ
น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช กรรมการ
นายสุธน บุญประสงค์ กรรมการ
น.ส.นิรมาณ ไหลสาธิต กรรมการ

9
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาจจะอดลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมที่ "ปีศาจแดง" มีคิวเจอกับ พาเลซ วันอาทิตย์นี้ โดยคาดกันว่ามันเป็นอาการเดี้ยงที่เกิดจากการที่เขากระโดดฉลองประตูในวันที่ทีมชน อาร์เซน่อล ตามการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ
    คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า และมีโอกาสสูงที่จะอดช่วยทีมในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ต้นสังกัดมีคิวเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจอกับ คริสตัล พาเลซ วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคมนี้ ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

    โรนัลโด้ เพิ่งทำคนเดียว 2 ประตูจนช่วยให้ทีมเปิดบ้านเอาชนะ อาร์เซน่อล 3-2 ในเกมลีกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนก็จับตาดูว่าเขาจะโชว์ฟอร์มออกมาดีได้หรือไม่ในยุคของ ราล์ฟ รังนิก หลังจากที่ รังนิก เตรียมจะประเดิมการคุมทัพ "ปีศาจแดง" ในวันอาทิตย์นี้

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เดอะ ซัน แฉว่าที่จริงแล้ว โรนัลโด้ มีอาการเดี้ยงตรงหัวเข่าตั้งแต่ระหว่างเกมกับ อาร์เซน่อล แล้ว โดยเชื่อว่าอาการบาดเจ็บอาจจะเกิดขึ้นในตอนที่เขากระโดดทำท่าฉลองประตูอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวหลังจากทำประตูขึ้นนำเป็น 3-2 ให้กับทีมได้ในนาทีที่ 70 เพียงแต่เขายังกัดฟันฝืนเล่นต่อก่อนที่จะโดนเปลี่ยนตัวในนาทีที่ 88

    ทั้งนี้ หลังจากโดนเปลี่ยนตัวแล้วนั้น แข้งวัย 36 ปี ก็วิ่งเข้าห้องพักทันที ทั้งที่ตามปกติแล้วคนที่โดนเปลี่ยนตัวจะต้องขึ้นไปนั่งให้กำลังใจเพื่อนๆ ต่อ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วคนที่วิ่งเข้าห้องแต่งตัวทันทีหลังโดนถอดออกจากสนามก็มักจะเป็นการเข้าไปรับการตรวจหรือรับการรักษาอาการบาดเจ็บนั่นเอง

10


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ตัว ราล์ฟ รังนิก เข้ามาทำหน้าที่กุมบังเ.ยนชั่วคราวอย่างเป็นทางการแล้ว และแน่นอนว่าเขาจะเข้ามาปรับเปลี่ยนแนวคิด และระบบการเล่นให้กับทัพ "ปีศาจแดง" ให้กลับมาเฉิดฉายเหมือนกับสมัยที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คุมทีม
     กุนซือชาวเยอรมัน วัย 63 ปีมีสัญญาคุมทีม 6 เดือน โดยเขาไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปแบบเปล่าประโยชน์เนื่องจากเจ้าตัวมีเจตนารมย์อย่างชัดเจนที่จะพัฒนา "ปีศาจแดง" เพื่อให้ทีมแข็งแกร่งตั้งแต่ในระดับรากหญ้าเลยก็ว่าได้

     แน่นอนว่า รังนิก อาจจะให้ความสำคัญในช่วงตลาดพ่อค้าแข้งฤดูหนาว แต่กระนั้นเขาก็เป็นหนึ่งในกุนซือที่พร้อมให้โอกาสบรรดาดาวรุ่งได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในอนาคตเช่นกัน ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สาวก "เร้ด อาร์มี่" จะได้เห็นบรรดาลูกกรอกคะนองลงมาหลอนคู่แข่งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ  


เหล่ากุมารเตรียมระเบิดฟอร์ม! 9 ดาวรุ่งแมนยูที่ รังนิก อาจดึงขึ้นทีมชุดใหญ่
 
     ดิยัลโล่ ซึ่งย้ายมาเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 37 ล้านปอนด์ (ราว 1,628 ล้านบาท) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา  เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีโอกาสได้จะเลื่อนขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ โดยดาวเตะวัย 19 ปี เกือบจะได้ย้ายไปเล่นแบบยืมต้วช่วงต้นซีซั่นนี้ ก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บทำให้การย้ายไปอยู่กับ เฟเยนูร์ด ต้องล้มเลิกไป เขายังไม่ได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลนี้ หลังหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ได้อยู่ในม้านั่นสำรองแมตช์เฉือน อาร์เซน่อล 3-2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา 
 

 

เหล่ากุมารเตรียมระเบิดฟอร์ม! 9 ดาวรุ่งแมนยูที่ รังนิก อาจดึงขึ้นทีมชุดใหญ่

     ชอเรทิเร่ มีโอกาสได้ลงเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคที่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุมบังเ.ยน เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเขากลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่สามารถขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ โดยหัวหอกวัย 17 ปี ซัดไป 3 ประตูกับ 1 แอสซิสต์จากการลงสนาม 9 เกมในพรีเมียร์ลีก 2 (การแข่งขันระดับยู-23) ให้กับทัพ "เร้ด เดวิลส์" รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีในซีซั่นนี้ และได้รับคำชื่นจากโค้ชอย่างมาก 
 


แอนโธนี่ เอล็องก้า 

 

เหล่ากุมารเตรียมระเบิดฟอร์ม! 9 ดาวรุ่งแมนยูที่ รังนิก อาจดึงขึ้นทีมชุดใหญ่

     เอล็องก้า ทำให้แฟน. "เร้ด อาร์มี่" ต้องเนื้อเต้นจากการยิงประตูสุดสวยในช่วงปรีซีซั่น แต่เขายังไม่มีโอกาสที่จะได้แสดงผลงานของตัวเองอย่างเต็มที่สำหรับการแข่งขันในลีกฤดูกาลนี้ ยอดแข้งชาวสวีดิช วัย 19 ปี เป็นหนึ่งในสตาร์ประจำทีมสำรอง โดยตะบันไปแล้ว 4 ประตูกับ 2 แอสซิสต์จากการลงสนาม 8 แมตช์ในลีกสำรอง
 


ฮานนิบาล เมจบรี้

 

เหล่ากุมารเตรียมระเบิดฟอร์ม! 9 ดาวรุ่งแมนยูที่ รังนิก อาจดึงขึ้นทีมชุดใหญ่

     ต้องยอมรับว่ามีอะไรที่น่าตื่นเต้นมากมายสำหรับ ฮานนิบาล เมจบรี้ กองกลางวัย 18 ปีโดยนักเตะซึ่งเซ็นสัญญจาก โมนาโก เมื่อปี 2019 ได้ลงสนามให้กับทีมชาติตูนิเซียไปแล้ว และมีโอกาสลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ "ผีแดง" เมื่อเดือนพฤษภาคม ฉะนั้นตอนนี้เขาพร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นมาเล่นให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด 
 


ชาร์ลี ซาเวจ

 

เหล่ากุมารเตรียมระเบิดฟอร์ม! 9 ดาวรุ่งแมนยูที่ รังนิก อาจดึงขึ้นทีมชุดใหญ่

     ลูกชายของอดีตดาวเตะชื่อดังอย่าง ร็อบบี้ ซาเวจ เป็้นหนึ่งในดาวรุ่งที่มีโอกาสได้สร้างความประทับใจให้กับทีมชุดใหญ่ในช่วงฝึกซ้อมเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซาเวจจูเนียร์ ลงเล่นในตำแหน่งกองกลางเหมือนกับพ่อบังเกิดเกล้า โดยเขาได้มีโอกาสโชว์ฝีเกือกไปแล้ว 15 เกมให้กับทีมชุดยู-23 ในซีซั่นนี้ 

 
อัลบาโร่ เฟร์นานเดซ

 

เหล่ากุมารเตรียมระเบิดฟอร์ม! 9 ดาวรุ่งแมนยูที่ รังนิก อาจดึงขึ้นทีมชุดใหญ่

     เฟร์นานเดซ ทำหน้าที่เป็นกองหนุนให้กับ ลุค ชอว์ และ อเล็กซ์ เตลลิส ในตำแหน่งแบ็กซ้าย และยังไม่มีโอกาสได้ลงเล่นเปิดตัวกับทีมชุดใหญ่ แต่กระนั้นฟูลแบ็กชาวสแปนิช วัย 18 ปีซึ่งย้ายมาจาก เรอัล มาดริด เมื่อเดือนกันยายนปี 2020 พัฒนาฝีเท้าได้อย่างรวดเร็วจากทีมรุ่นยู-18 ไปสู่ทีมชุดยู-23 แถมทำผลงานได้โดดเด่นน่าจับตามองอย่างมาก 
 
 

 บียอร์น ฮาร์ดลี่ย์ 

 

เหล่ากุมารเตรียมระเบิดฟอร์ม! 9 ดาวรุ่งแมนยูที่ รังนิก อาจดึงขึ้นทีมชุดใหญ่

     ฮาร์ดลี่ย์ ย้ายจาก เอ็นเอซี เบรด้า มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อปี 2019 และเจ้าหนูเซนเตอร์แบ็กรายนี้โชว์ฟอร์มแบบเขย่งก้าวกระโดดทำให้เขากลายเป็นที่จับตามองอย่างมากในเวลานี้ นักเตะวัย 18 ปีเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่มีโอกาสได้ร่วมซ้อมกับทีมชุดใหญ่เมื่อเดือนตุลาคม และเขายังได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องกับทีมรุ่นยู-23 ปี พร้อมกับตะบันไป 2 ประตูจากการเล่น 19 แมตช์ 


 
ดิลลอน ฮูเกเวิร์ฟ

 

เหล่ากุมารเตรียมระเบิดฟอร์ม! 9 ดาวรุ่งแมนยูที่ รังนิก อาจดึงขึ้นทีมชุดใหญ่

     หัวหอกแห่งอนาคตพัฒนาฝีเท้าอย่างรวดเร็วโดยขยับจากทีมรุ่นยู-18 มาเล่นให้กับทีมชุดยู-23 และลงสนามไปแล้ว 14 เกมพร้อมซัดไป 2 ประตูในทุกรายการ โดยดาวเตะชาวดัตช์ วัย 18 ปี ยังคงพัฒนาศักยภาพของตัวเองในช่วงที่เล่นให้ทีมสำรอง หลังจากที่มีโอกาสได้เดินทางไปฝึกซ้อมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ กับ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ แต่งานนี้เชื่อว่า รังนิก จะจับตาดูดาวรุ่งรายนี้เป็นพิเศษ

 

โจ ฮูกิลล์

 

เหล่ากุมารเตรียมระเบิดฟอร์ม! 9 ดาวรุ่งแมนยูที่ รังนิก อาจดึงขึ้นทีมชุดใหญ่

     โจ ฮูกิลล์ ย้ายจาก "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ มาเล่นใน "โรงละครแห่งความฝัน" ช่วงซัมเมอร์ปี 2020 และมีฟอร์มการยิงประตูที่เฉียบคมมากๆ ให้กับทีมรุ่นยู-23 ในฤดูกาลนี้ โดยหัวหอกวัย 18 ปี ซึ่งมีความสูง 6 ฟุต 2 นิ้ว หรือประมาณ 187 เซนติเมตร ตะบันไปแล้ว 5 ประตูจาก 12 เกมในทุกรายการ แต่ปัจจุบันเขาต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บข้อเท้าขณะที่ฝึกซ้อมร่วมกับ ฟอเรสต์ กรีน โรเวอร์ส สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด มักจะส่งดาวรุ่งออกไปเล่นกับสโมสรอื่นเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แต่ ฮูกิลล์ ได้เล่นกับจ่าฝูงลีก ทู พร้อมกับผลงานที่ยอดเยี่ยมจริงๆ 
 

11
นางคริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยในการประชุม Reuters Next ในวันศุกร์ (3 ธ.ค.) ว่า IMF มีแนวโน้มที่จะปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก อันเนื่องมาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน


ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปยังประเทศต่าง ๆ อย่างน้อย 40 แห่งแล้วนับตั้งแต่มีรายงานการตรวจพบที่แอฟริกาใต้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และรัฐบาลจำนวนมากได้สั่งคุมเข้มการเดินทางเพื่อพยายามที่จะสกัดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าว

"ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ซึ่งอาจแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วมากนั้น จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และเรามีแนวโน้มที่จะปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจากที่เคยคาดไว้ในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา" นางจอร์เจียวากล่าวในที่ประชุม

ทั้งนี้ ในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา IMF ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงสู่ระดับ 5.9% จากเดิมที่คาดไว้ในเดือนก.ค.ที่ระดับ 6.0% แต่ยังคงตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีหน้าไว้ที่ 4.9%

บางประเทศในยุโรปและสหรัฐกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา และสายพันธุ์โอไมครอนก็อาจจะสั่นคลอนเสถียรภาพเศรษฐกิจซึ่งเพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากผลกระทบของมาตรการล็อกดาวน์และภาวะชะงักงันที่เกิดจากโรคโควิด-19

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า งานเลี้ยงเทศกาลคริสต์มาสของบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงออสโล เมืองหลวงของนอรเวย์นั้น พบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนอย่างน้อย 13 ราย ซึ่งนับเป็นการระบาดครั้งใหญ่สุดนอกแอฟริกาใต้จนถึงขณะนี้

นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากระบุว่า วิธีที่จะหยุดยั้งไวรัสโควิดไม่ให้แพร่ระบาดนั้นได้แก่ การรับประกันว่าประเทศยากจนจะสามารถเข้าถึงวัคซีน แต่จะไม่ใช่การฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ให้กับประชาชนในประเทศที่ร่ำรวย

12


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และกรมการแพทย์ยืนยัน ไทยตรวจโควิด-19 ตกหล่นไม่มาก ส่วนสถานการณ์เตียงปัจจุบันพร้อมรับมือวิกฤตในอนาคต

เคลียร์ใจเรื่องการตรวจโควิด-19 ตกหล่น

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้แถลงข่าวประเด็นการสำรวจแอนติบอดีต่อโควิด-19 ในกลุ่มประชากรไทยที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ว่า ที่ผ่านมา นับแต่มีการระบาดของโรคโควิด-19 เกิดข้อสงสัยในสังคมว่า ประเทศไทยตรวจหาเชื้อโควิด-19 น้อยเกินไปหรือไม่ และมีผู้ติดเชื้อที่ตกสำรวจหรือไม่ได้อยู่ในระบบเท่าไร

“มาเลเซีย” เจอแล้ว! ผู้ติดเชื้อโควิด-19 “โอไมครอน” รายแรกของประเทศ


นี้มีแอนติบอดีต่อโควิด-19 หรือไม่ โดยหากมี ก็เท่ากับว่าเคยรับเชื้อโควิด-19 แล้ว แต่ไม่ได้ตรวจหรือไม่ได้รับการวินิจฉัย

“ในช่วงเดือน พ.ย. ที่เราฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชากรได้แล้วจำนวนหนึ่ง แล้วมีผู้ป่วยเข้าระบบจำนวนหนึ่ง เราอยากรู้ว่า คนที่เหลือมีใครบ้างที่มีภูมิคุ้มกัน หรือเคยติดเชื้อนั่นเอง เนื่องจากภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีจะเกิดขึ้นได้จากการฉีดวัคซีน และจากการติดเชื้อตามธรรมชาติ” นพ.ศุภกิจกล่าว

โดยทีมวิจัยได้ทำการเก็บตัวอย่างเลือดคนที่ไม่เคยฉีดวัคซีนโควิด-19 และไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าติดโควิด-19 จำนวน 26,717 ตัวอย่างในช่วงเดือน พ.ย. เก็บจาก 30 จังหวัดใน 12 เขตสุขภาพ สุ่มตรวจตามวิธีการทางสถิติ โดยไม่มีเขต 13 เพราะเป็นเขตที่ฉีดวัคซีนไปเกิน 100% แล้ว ทางทีมวิจัยต้องการศึกษาคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีน แล้วนำเลือดไปตรวจหาเชื้อด้วยเครื่องตรวจ ไม่ใช่ชุดตรวจ PCR หรือ ATK เพื่อความแม่นยำ


จากตัวอย่างเลือด 26,717 ตัวอย่าง พบว่า มีผลบวก 371 ราย หรือคิดเป็น 1.4% ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับกลุ่มที่ตรวจพบและอยู่ในระบบ จากประชากรในไทยราว 70 ล้านคน มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม 1.8 ล้านคน หรือราว 2.6% เท่ากับว่าในกลุ่มที่ตกหล่นไปนี้ เมื่อนำมาเทียบประชากรทั้งประเทศ จะเท่ากับว่า มีประชากรราว 1 ล้านคนที่ตกสำรวจไป

“ฉะนั้น มันไม่มาก ระบบการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของเราไม่ได้หลุดไปมากมาย ไม่มีภูเขาน้ำแข็งซ่อนอยู่ ที่หาไม่เจอมีเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของที่เราเจอเท่านั้น” นพ.ศุภกิจกล่าว

ส่วนในประเด็นการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่เริ่มพบในหลายประเทศ รวมถึงเพื่อนบ้านของเราอย่างมาเลเซียนั้น นพ.ศุภกิจบอกว่า “เราค้นหาอย่างเต็มที่ และได้ห้าม 8 ประเทศ รวมถึงคนที่ไป 8 ประเทศนั้นมาห้ามเข้าประเทศไทย ... ขณะนี้ใครที่เข้ามาแล้วผลตรวจเป็นบวก เราจะตรวจสายพันธุ์โดยเร็ว วันนี้เราตรวจไปมากกว่า 100 ราย ยังไม่พบโอไมครอนเลย คงต้องตามหามาตรวจให้ได้มากที่สุด”


นอกจากนี้ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เสริมว่า ตามพื้นที่ชายแดนก็จะไปตรวจ พร้อมแสดงความมั่นใจว่า ระบบการตรวจหาโควิด-19 ของประเทศไทยยังแข็งแกร่ง ถ้ามีเชื้อเล็ดลอดเข้ามา จะตรวจเจอแน่นอน วอนประชาชนไม่ต้องตกใจเกินเหตุ

“กลุ่มที่บินเข้ามาเราไม่ห่วง เพราะมีระบบดักจับ แต่กลุ่มที่ลักลอบเข้าประเทศเนี่ยน่ากลัว เมื่อก่อนสายพันธุ์เบตาก็มาทางนี้ทั้งนั้น ฝากทุกฝ่ายเข้มงวดกวดขัน ส่วนคนไทยก็ต้องร่วมมืออย่าข้ามไปข้ามมา” นพ.ศุภกิจกล่าว

13

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ระบุ ตนประทับใจกับพัฒนาการของ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ มากๆ โดยถึงขั้นยกให้เขามีพัฒนาการที่ก้าวกระโดดในระดับเดียวกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เลย โดยถึงขั้นบอกว่าถ้าไปคุมทีมอื่นตนก็จะพยายามดึง ฟิลลิปส์ ไปร่วมทีมให้ได้แน่นอน
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวชม นาธาเนียล ฟิลลิปส์ กองหลังของทีมว่ามีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมมากๆ จนเรียกได้ว่ามีพัฒนาการที่ดีในระดับเดียวกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เลย

    ฟิลลิฟส์ ฝึกฝีเท้าในอะคาเดมี่ของ ลิเวอร์พูล มาตั้งแต่ปี 2016 ก่อนที่จะขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในปี 2019 โดยฤดูกาล 2020-21 เขาได้ลงเล่นไปถึง 20 นัดในทุกรายการ แต่ในซีซั่นนี้เพิ่งได้ลงเล่นเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น จนทำให้มีข่าวลือเกี่ยวกับการย้ายทีมในระดับหนึ่ง

    คล็อปป์ เผยว่า "ผมต้องพูดถึง แน็ท ฟิลลิปส์ สักหน่อย ที่ผ่านมาหลายคนมักจะถามผมว่านักเตะคนไหนที่ถือว่ามีพัฒนาการที่ก้าวกระโดดมากที่สุดเท่าที่ผมเคยร่วมงานด้วย และผมก็มักจะตอบว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ นั่นอาจจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง แต่ที่จริง แน็ท ฟิลลิปส์ ก็ไม่ได้อยู่ห่างจากข่ายนั้นเลย มันก็แค่เป็นในส่วนที่ต่างออกไปเท่านั้น"

    "ผมจำวันที่เจอ แน็ท ฟิลลิปส์ เป็นครั้งแรกได้ ผมได้คุยกับเขาหลังจบเกม และเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ฉลาดที่สุดเท่าที่ผมเคยร่วมงานด้วยเลย ตอนนั้นผมบอกกับเขาไปว่า -นายรู้ไหมว่านายน่ะเป็นคนที่สบตาด้วยได้ยากมาก ?-"

    "ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาก็พัฒนาได้ดีในแทบจะทุกด้านทั้งที่เขาไม่ค่อยได้ลงเล่นด้วยซ้ำ บางครั้งชีวิตมันก็ไม่ยุติธรรมแบบนี้ล่ะนะ และผมก็คงจะโทษเขาไม่ได้ด้วย (หมายถึงจะไม่โทษ ฟิลลิปส์ ถ้าเจ้าตัวอยากย้ายทีม) พัฒนาการของเขามันน่าเหลือเชื่อมากๆ ถ้าเป็นฤดูกาลก่อนน่ะพวกคุณคงจะพูดกันประมาณว่า -แน็ท ฟิลลิปส์ ให้ตายเถอะ เขาอยู่ในแนวรับแนวสุดท้ายเหรอ ?-"

ADVERTISEMENT


    "หลายคนชอบเขาจากลูกโหม่งของเขา แต่ที่จริงเขาเล่นด้วยเท้าได้ยอดเยี่ยมมากๆ เขาได้เป็นตัวจริงช้าก็จริงแต่พัฒนาการของเขามันยอดเยี่ยมสุดๆ เขาเป็นนักเตะประเภทที่ไม่ว่าผมจะคุมทีมไหนก็ตามผมก็คงจะดึงเขาไปร่วมทีมให้ได้แน่นอน แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ ลิเวอร์พูล น่ะนะ เพราะเขาอยู่กับเราอยู่แล้ว"

14
องค์การอนามัยโลก เรียกร้องนานาประเทศ ยกระดับการรองรับด้านสาธารณสุขและเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนให้ได้มากที่สุด ขณะพบผู้ติดเชื้อโควิดโอมิครอนพุ่ง


เมื่อ 3 ธ.ค. 64 องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) เรียกร้องให้นานาประเทศยกระดับการรองรับด้านสาธารณสุขและดำเนินการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้แก่ประชาชนในประเทศ เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ Omicron (โอมิครอน) ที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น พร้อมทั้งชี้ว่าการควบคุมการเดินทาง ด้วยการปิดพรมแดน อาจช่วย ‘ซื้อเวลา’ แต่ไม่ใช่คำตอบเดียวในการสกัดกั้นการระบาดของเชื้อโควิด-19 

‘การปิดพรมแดนอาจช่วยซื้อเวลา แต่ทุกประเทศและทุกชุมชนต้องเตรียมพร้อมรับมือกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นรอบใหม่’ ทาเคชิ คาไซ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าว พร้อมกับยังเรียกร้องให้ประชาชนไม่ควรแค่จะพึ่งแต่มาตรการปิดประเทศ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การเตรียมตัวรับมือเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์เหล่านี้ที่มีศักยภาพในการแพร่กระจายติดเชื้อได้สูงขึ้น และจนถึงขณะนี้ ข้อมูลที่สามารถหาได้ชี้ว่าพวกเราต้องไม่เปลี่ยนวิธีการ


ทาเคชิ คาไซ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ยังเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ควรฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้แก่ประชาชนในกลุ่มเปราะบางให้ได้ทั้งหมด และเข้มงวดกับมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด อย่างเช่น การสวมหน้ากากอนามัย และการเว้นระยะห่างทางสังคม

15
สมาคมไอโอทีแนะนำเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างโอกาสเศรษฐกิจไทย ชี้ควรเน้นธุรกิจเอสเอ็มอี หลังมีบทบาท แต่สร้างรายได้เข้าสู่ระบบน้อย

นายนิติ เมฆหมอก นายกสมาคมไทยไอโอที (TIoT)กล่าวในงานสัมมนา "5G THAILAND BIG MOVE" หัวข้อ "5G BIG MOVE.. DRIVE NEW ECONOMY" ว่า เทคโนโลยีดิจิทัล ควรนำมาใช้เพื่อสร้างโอกาส 10 โอกาส ใน 6 กลุ่ม คือ 1. Bioeconomy โอกาสในการเป็นศูนย์กลางพัฒนาและผลิตวัคซีน, ผลิตและส่งออก Functional Ingredients, เป็นจุดหมายปลายทางของ Sustainable Tourism และสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเศรษฐกิจจุลินทรีย์ 2. Circular & Green Economy โดยเปลี่ยนผ่านเป็นประเทศสร้างมูลค่าจากฐานสังคมคาร์บอนต่ำและการผลิตที่สะอาด 

นายนิติ เมฆหมอก นายกสมาคมไทยไอโอที
นายนิติ เมฆหมอก นายกสมาคมไทยไอโอที


ขณะที่ 3. Frontier สร้างดาวเทียมที่วิจัยและพัฒนาโดยคนไทย 4. Industrial new growth engine โดยเป็นผู้ผลิตอันดับ 1 ใน 10 ของโลกด้าน Battery packing และชิ้นส่วนของยานยนต์ไฟฟ้า, มีผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (IDE) ที่มีรายได้ 1,000 ล้านบาท 1,000 ราย 5. ขจัดความยากจน คนจน 10 จังหวัดต้องพ้นเส้นความยากจน และ 6. Talent ประเทศไทยต้องเป็น Hub of talent ในโลกตะวันออก


อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมควรเน้นที่เอสเอ็มอี เนื่องจากรายได้รวมของธุรกิจทั่วประเทศมาจากเอสเอ็มอี 10 ล้านล้านบาท หรือ 43% ส่วน LE อยู่ที่ 13.3 ล้านล้านบาท หรือ 57% แต่จำนวนธุรกิจทั่วประเทศเป็นเอสเอ็มอีกว่า 350,000 กิจการ หรือ 93% ด้าน LE อยู่ที่ 28,000 กิจการ หรือ 7% และมีการจ้างงานเอสเอ็มอี 10.7 ล้านล้านคน หรือ 80% ส่วน LE อยู่ที่ 2.6 ล้านคน หรือ 20% โดยรายได้ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวที่ธุรกิจรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย

 

ขณะที่เอสเอ็มอีมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยจำนวนมาก สร้างงาน แต่สร้างรายได้สู่ระบบเศรษฐกิจได้น้อย ซึ่งการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมจะสร้างการเติบโตและยั่งยืนได้

Pages: [1] 2 3 ... 91